ลับมาแล้ว!”
ฟางซื่อเคยเล่าให้อวิ๋นเจียวฟังว่าตระกูลอวิ๋นนั้นมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน พี่ใหญ่อวิ๋นโส่วกวงกับอวิ๋นโส่วจงบิดาของนางเป็นพี่น้องร่วมมารดา ส่วนอวิ๋นโส่วเย่า น้องชายคนที่สาม อวิ๋นโส่วจู่ น้องชายคนที่สี่ และยังมีอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์น้องสาวคนเดียว เป็นบุตรของเถาซื่อผู้เป็นแม่เลี้ยง
ขณะนั้นฟางซื่อก็พาลูกๆ ทั้งสามคนลงจากรถม้า เดินเข้าไปสมทบอวิ๋นโส่วจง
“พี่ใหญ่ ท่านลุงใหญ่!”
ฟางซื่อพาอวิ๋นเจียวคำนับอวิ๋นโส่วกวง ส่วนอวิ๋นฉี่เยว่และอวิ๋นฉี่ซาน ก็คำนับตามแบบฉบับของผู้เยาว์
“ไม่กล้ารับ ไม่กล้ารับ!” อวิ๋นโส่วกวงรีบหลบด้วยท่าทางประหม่า แต่ความยินดีในแววตาจะอย่างไรก็ปกปิดไม่อยู่
อวิ๋นโส่วจงยิ้มพลางเอ่ยตำหนิ “พี่ใหญ่ ท่านเป็นถึงผู้ใหญ่ของพวกเด็กๆ และเป็นพี่ชายของข้า รับคำนับสักครั้งจะเป็นไรไปเล่า?”
อวิ๋นโส่วกวงหัวเราะอย่างซื่อๆ แล้วหันไปช่วยลากรถม้า “ไปๆ เข้าบ้านกันก่อน ท่านพ่ออยู่ที่บ้าน เจ้าจากบ้านไปนานถึงยี่สิบปี ท่านพ่อเอาแต่บ่นถึงเจ้าตลอด”
อวิ๋นโส่วจงก้มตัวอุ้มอวิ๋นเจียวขึ้นมา ส่วนอวิ๋นฉี่เยว่และอวิ๋นฉี่ซาน สองพี่น้องที่สนิทกับคนง่ายก็เดินตามอวิ๋นโส่วกวงต้อยๆ พลางชี้ไปตามทุ่งนาไร่สวนถามนู่นถามนี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทุกครั้งที่มีชาวบ้านถามถึงอวิ๋นโส่วจงและครอบครัวด้วยความสงสัย อวิ๋นโส่วกวง