้องแผ่นนั้นนำกลับไปฝังไว้ตรงที่เมิ่งซีโจวดึงมันออกมา ท่วงท่าชำนิชำนาญคล่องแคล่วราวกับเป็นช่างมุงหลังคามืออาชีพผู้หนึ่งเลยทีเดียว
เขาก้มหน้าก้มตาซ่อมแซมหลังคาไปพลาง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายไปพลางว่า
“เพราะลั่วกู่บอกข้าว่า ช่วงนี้เจ้ามักนอนไม่ค่อยหลับ บ่อยครั้งที่ปีนขึ้นมานั่งเหม่ออยู่บนหลังคาเช่นนี้คนเดียว ข้าจึงคิดว่า ตอนเด็กๆพวกเราสองคนก็มักบังเอิญพบเจอกันบนหลังคาอยู่บ่อยๆ หรือมิใช่เล่า? ค่ำคืนนี้แสงจันทราช่างงดงามนัก มิสู้…พวกเรามาย้อนรำลึกวัยเยาว์กันสักหน่อยดีหรือไม่?”
เขาซ่อมกระเบื้องแผ่นนั้นจนเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงปัดสองมือเบาๆ จากนั้นก็ทรุดนั่งลงข้างกายเมิ่งซีโจว พลางทอดถอนใจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความเอ็นดู
“เจ้ายังคงชอบปีนขึ้นมานั่งบนหลังคาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ”
เมิ่งซีโจวตอบกลับในทันที
“พระองค์เองก็ยังทรงชอบซ่อมหลังคาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเช่นกันเพคะ”
บรรยากาศพลันเงียบงันไปชั่วขณะ กระทั่งสายลมยามราตรียังคล้ายกำลังกลั้นลมหายใจไปด้วย
จู่ๆซ่งเฉิงจี้ก็หัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นทุ้มต่ำน่าฟังยิ่งนัก ยามเปล่งดังขึ้นท่ามกลางราตรีเงียบสงัดเช่นนี้ ก็ยิ่งได้ยินกระจ่างชัด และยิ่ง…รบกวนหัวใจคนฟังอย่างบอกไม่ถูก
เขาเอียงศรีษะเล็กน้อย ดวงตาสะท้อนประกายดวงดาราคู่นั้น จับจ้องไ