ปยังเสี้ยวหน้าด้านข้างของเมิ่งซีโจวอย่างตั้งใจ ยามนี้เสี้ยวหน้าของนางถูกแสงจันทร์สาดส่องจนดูเลือนรางอยู่หลายส่วน
“เช่นนั้น…ข้าพอจะกล่าวได้หรือไม่ว่า อย่างน้อยบนหลังคาแห่งนี้ พวกเราสองคนก็ยังคงเป็นเช่นวันวาน?”
เมิ่งซีโจวกลับเงียบลง
นางอยากจะบอกว่า ซ่งเฉิงจี้ มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ยังเป็นเช่นกาลก่อน
แสงจันทราดุจสายน้ำที่ค่อยๆไหลรินเงียบงันอยู่ตรงหว่างคิ้วของซ่งเฉิงจี้ ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของนางในยามนี้อย่างแจ่มชัด
ดวงตาคู่นั้นจดจ้องเกินไป ใสกระจ่างเกินไป จนเมิ่งซีโจวถึงกับเกิดความปรารถนารุนแรงอย่างหนึ่งขึ้นภายในใจ
ความปรารถนานั้นปะปนไปด้วยความคับแค้นใจรุนแรงจากทั้งชาติภพก่อนและในชาติภพนี้ ทั้งยังมีความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้ แล้วความปรารถนาเร้นลับเสี้ยวหนึ่ง ก็ผลักดันให้นางเอ่ยปากออกมาในที่สุด
“ซ่งเฉิงจี้”
น้อยครั้งนักที่นางจะเรียกชื่อเขาตรงๆเช่นนี้ ราวกับได้โยนขนบธรรมเนียม ฐานะสูงต่ำ และมารยาททั้งปวงทิ้งไปจนหมดสิ้น
“เจ้า…รู้จริงรึว่าข้าเป็นใคร?”
คำถามที่โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหันและตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำให้ซ่งเฉิงจี้ถึงกับชะงักงันไปอย่างเห็นได้ชัด
รอยยิ้มในดวงตาของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความฉงนลึกล้ำยิ่งขึ้น พร้อมกับค