ไปในกองไฟให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ทว่าเมิ่งหนานอี้ซึ่งนั่งนิ่งใบหน้ามืดครึ้มมาโดยตลอด กลับลุกพรวดขึ้นทันใด!
นางก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่เซียว ยื่นมือออกไปหาเขา พลางเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ส่งกริชมาให้ข้า”
ฉู่เซียวไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาปลดกริชแหลมคมจากข้างเอวออกมา ใช้สองมือประคองไว้แน่นิ่ง ก่อนจะค่อยๆวางมันลงบนฝ่ามือที่เมิ่งหนานอี้ยื่นส่งมาตรงหน้า
เมิ่งหนานอี้รับกริชมาแล้ว ก็รีบถอดฝักเก่าๆของมันออก ก่อนจะโยนทิ้งไปด้านข้าง
ชั่วพริบตาต่อมา ประกายเย็นวาบก็พลันแล่นผ่านสายตา!
เมิ่งหนานอี้กำกริชไว้ในมือแน่น ก่อนจะตวัดลงไปบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ผู้ใดเปรียบของฉู่เซียวอย่างแรง!
“ซี้ด…”
มิรู้ว่าผู้ใดในงานเลี้ยงสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกหนึ่ง!
ทว่าฉู่เซียวมิเพียงไม่หลบเลี่ยง ตรงกันข้าม เขากลับค้อมกายลงอย่างสัตว์เชื่องตัวหนึ่ง ยื่นส่งใบหน้าของตนเข้าไปใกล้มือเมิ่งหนานอี้ด้วยตัวเอง เพื่อจะให้นางลงมือต่อไปได้สะดวกยิ่งขึ้น
ท่วงท่าสงบนิ่งของเขานั้น ประหนึ่งเปี่ยมไปด้วยศรัทธาแน่วแน่ พร้อมจะถวายตนเป็นเครื่องสังเวย
“ฉึ่ก—”
เสียงคมมีดกรีดผ่านเนื้อหนังเปล่งดังขึ้นอีกครา ชวนให้หนังศีรษะด้านชาไปทั้งซีก!
ปลายกริชคมกริบเริ่มลากเลื้อย ตัดผ่านตั้งแต่หางคิ้วของฉู่เซียว แล้วค่อยๆล