ากไล่ต่ำลงไปจนกระทั่งถึงปลายคาง!
เพียงไม่กี่อึดใจ บนใบหน้าที่เคยทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนลุ่มหลง ก็ปรากฏร่องรอยบาดแผลน่าสยดสยองขึ้นสายหนึ่ง โลหิตไหลอาบเต็มใบหน้านั้น สาบเสื้อสีเทาของเขาพลันถูกสีแดงคล้ำบาดตา ค่อยๆแผ่ซ่านออกเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว!
ร่างของฉู่เซียวสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดสาหัส แต่เขากลับกัดฟันแน่น ฝืนกลืนทุกเสียงร้องเอาไว้ภายใน แม้แต่เสียงครางต่ำสักคำก็ยังไม่ยอมให้หลุดออกมา!
ทั่วทั้งโถงบุปผาพลันเงียบงันดุจแดนมรณะ ทุกคนล้วนตะลึงงันกับความเหี้ยมเกรียมที่เมิ่งหนานอี้เผยแสดงออกมาอย่างกะทันหัน
รูม่านตาของเมิ่งซีโจวพลันหดวูบ ตำแหน่งที่เมิ่งหนานอี้กรีดลงไปนั้น ตรงกับรอยแผลฉกรรจ์บนใบหน้าของฉู่เซียวในชาติภพก่อนทุกประการ!
ที่แท้รอยแผลเป็นนั้น หาใช่บาดแผลที่เขาได้มาจากการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเมิ่งหนานอี้ไม่ หากแต่เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้นี่เอง เป็นเมิ่งหนานอี้ที่ลงมือสลักมันไว้ด้วยตนเอง!
หลังจากเมิ่งหนานอี้กรีดทำลายใบหน้าฉู่เซียวจนเสร็จสิ้นแล้ว นางก็โยนกริชในมือลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี
ส่วนฉู่เซียวนั้น ในชั่วขณะที่นางทิ้งกริชลงไป ร่างของเขาก็ทรุดลงกับพื้นเสียงดัง “ตุ้บ” สองเข่ากระแทกกับพื้นหนักหน่วง!
เมิ่งหนานอี้จึงค่อยๆหมุนกายเดินกลับไปที่โต๊ะ ย่อกายคารวะเมิ่งชินรุ่ยที่ย