ังไม่คลายความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ บัดนี้โฉมหน้าของเขาได้ถูกทำลายสิ้นแล้ว ลูกสามารถรั้งเขาไว้ข้างกายเพื่อให้คอยปรนนิบัติได้หรือยังเจ้าคะ?”
ฉู่เซียวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นได้ยินดังนั้น ศีรษะก็ยิ่งก้มต่ำลงกว่าเดิม แทบจะฝังจมเข้าไปในอกเสื้อที่เปื้อนโลหิตเลยทีเดียว
เมิ่งชินรุ่ยจ้องมองภาพตรงหน้า เห็นความเด็ดขาดจนแทบเป็นเย็นชาไร้หัวใจของบุตรีผู้นี้ ที่มีอำนาจควบคุมเป็นตายเหนือบ่าวรูปงามนั่น ความตื่นตะลึงในดวงตาของเขาจึงค่อยๆเลือนหาย เหลือไว้เพียงความรู้สึกชื่นชมแทน!
เขาใช้ครึ่งค่อนชีวิตด้วยความโอบอ้อมอารี สุขุมรอบคอบ ระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว คิดไม่ถึงเลยว่า ตนจะให้กำเนิดบุตรีที่เด็ดขาดเฉียบคมถึงเพียงนี้ได้!
ความเหี้ยมเกรียมเช่นนี้ หาใช่สิ่งจำเป็นที่สุดในวังหลัง ซึ่งเต็มไปด้วยการช่วงชิงอำนาจและการบดขยี้กันด้วยเล่ห์กลหรอกรึ? หากมีบุตรีเช่นนางแต่งเข้าสู่ตำหนักบูรพาแล้ว เขายังจะต้องหวาดกลัวอีกหรือ ว่าจวนจงหย่งโหวจะมิอาจอาศัยแรงลมส่งตัวทะยานขึ้นสูงอีกขั้นได้?
ความฮึกเหิมทะเยอทะยานสายหนึ่งพลันปั่นป่วนอยู่กลางอกของเมิ่งชินรุ่ย! เขากระแทกจอกสุราในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง บังเกิดเสียงทึบหนักดัง “ตึง” สีหน้าโกรธเกรี้ยวพลันสลายหายไปจนสิ้น เอ่ยคำว่า “ดี” ออกมาถึงสามครั้งติดต่อกัน ก่อนจะ