เป็นบิดา จนถึงกับเผลอห่อไหล่ทั้งสองเข้าหากัน
นางมองตามนิ้วของเมิ่งชินรุ่ยไป ครั้นเห็นว่าเขาชี้ไปทางฉู่เซียว นางจึงค่อยเบะปากแล้วเอ่ยอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก “ท่านพ่อ เขาเป็นเพียงบ่าวรับใช้ที่ข้าเพิ่งซื้อมาใหม่เจ้าค่ะ” จากนั้น ยังเอ่ยอธิบายต่ออย่างลื่นปากว่า “วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า บ่าวไพร่ในจวนคล้ายจะไม่พอ ข้าจึงให้เขาจวนมาคอยปรนนิบัติรับใช้เจ้าค่ะ”
“บ่าวไพร่รึ?” เมิ่งชินรุ่ยโมโหจนแทบอยากจะหัวเราะออกมา!
เขาตบโต๊ะเสียงดังปัง ถ้วยชามบนโต๊ะถึงกับกระทบกันเสียงดังกรุ๊งกริ๊งไม่หยุด
“เหลวไหล! เจ้าเป็นถึงว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท! จะเที่ยวคลุกคลีอยู่กับ… กับบุรุษหนุ่มรูปโฉมสะดุดตา ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
เดิมทีเขาคิดจะด่าว่า ‘บุรุษชั้นต่ำที่ไถ่ตัวกลับมาจากสถานเริงรมย์’ เสียด้วยซ้ำ ทว่าติดที่ฐานะและกาลเทศะ จึงจำต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นกลับลงคอไปอย่างยากเย็น แล้วเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่
“ให้อยู่ติดตามใกล้ชิดเจ้าเช่นนี้ มันสมควรแล้วรึ? เจ้ายังรู้จักระเบียบแบบแผน และเกียรติยศของบุตรีสายหลักแห่งจวนโหวอยู่บ้างหรือไม่? นับวันยิ่งทำตัวเหลวไหลมิเป็นผู้เป็นคนเข้าไปทุกที!”
เมิ่งหนานอี้ถูกบิดาตวาดใส่อย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ นางถึงกับหน้าซีดเผือ