ดสมดุลนั้นพบแน่
เมิ่งซีโจวคาดไม่ถึงว่า กระทั่งถึงบัดนี้ทัศนคติของนางที่มีต่อฉู่เซียวนั้น ยังนับว่าประเมินอีกฝ่ายสูงเกินไปอยู่ดี
เขาผู้นี้หาใช่บุรุษลุ่มหลงในรักแท้รักมั่นใดๆทั้งสิ้น ชีวิตอันมืดมนไร้แสงตะวันในกาลก่อน ได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนยึดติดกับความเชื่อที่บิดเบี้ยวและเย็นชา เขาเพียงต้องการให้ทุกสิ่งเป็นไปตามใจตนเท่านั้น
เขาเพียงต้องการเสวยสุขพร้อมหน้าสตรีทั้งสอง
เมิ่งซีโจวเห็นเขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน แสงริบหรี่ในดวงตาที่นางฝืนประคองไว้ ในที่สุดก็ดับมอดลงจนสิ้น นางค่อยๆคลายมือที่กุมข้อมือของฉู่เซียวออก
ทว่าในชั่วพริบตาที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางกำลังจะผละจากผิวกายของเขาโดยสมบูรณ์ ฉู่เซียวกลับคล้ายถูกเหล็กร้อนนาบใส่ พลันตวัดมือกลับมาคว้าข้อมือนางไว้แทน!
แม้จะมีผ้าชั้นหนึ่งคั่นกลาง เขาก็ยังกำข้อมือเรียวเล็กของเมิ่งซีโจวไว้แน่นราวกับไม่ต้องการปล่อยนางไป
แต่ต่อมา คล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าตนเสียกิริยาไป จึงรีบผ่อนแรงลง เขาสูดลมหายใจลึกแล้วจึงเอ่ยอธิบายว่า
“อย่างไรแม่นางทั้งสองก็นับว่ามีสายเลือดเดียวกัน นับเป็นพี่น้องฝาแฝดร่วมครรภ์มารดาเดียวกัน! โปรดอภัยให้ข้าด้วย… ข้าทำใจลงมือไม่ได้จริงๆ…”
เมิ่งซีโจวฟังแล้วแทบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียตรงนั้น!
ฉู่เซียวเอ๋ยฉู่เซียว ที่แท้เจ้าก็มีครา