าไปยืนอยู่ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ
นางไม่หลงเหลือความมั่นใจแม้แต่น้อยแล้ว สัมผัสได้ถึงวิกฤตรุนแรงที่บีบรัด จนมิอยากทนอยู่ในสถานที่อึดอัดแทบหายใจไม่ออกแห่งนี้อีกแม้เพียงชั่วอึดใจ!
อย่างไรเสีย… เมื่อครู่นางก็ได้เลียนแบบท่าทีของเมิ่งซีโจวตอบโต้กลับไปแล้ว อย่างน้อยก็มิได้แสดงพิรุธออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ต่อให้กวนจื่ออี้จะยังคงระแวงสงสัย แต่หากไร้หลักฐานแน่ชัด เขาย่อมมิกล้าด่วนสรุปง่ายๆกระมัง?
นางทำได้เพียงฝืนคิดปลอบใจตนเองเช่นนี้
“ท่านพ่อ ลูก… จู่ๆ…ลูกก็รู้สึกไม่สบายกายขึ้นมามาก เกรงว่าอาการลมหนาวจากเมื่อวานจะยังไม่หายดี ยามนี้ไม่อาจฝืนทนต่อไปได้แล้วจริงๆ ขอท่านพ่อโปรดอนุญาตให้ลูกกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนเถิดนะเจ้าคะ”
เมิ่งหนานอี้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าของนางยามนี้ขาวซีดจนน่าตกใจจริงๆ
เมิ่งชินรุ่ยราวกับได้รับการอภัยโทษ เขาอยากให้สถานการณ์กระอักกระอ่วนนี้จบลงโดยเร็วอยู่แล้ว จึงรีบพยักหน้าตอบรับทันที
“รีบไปเถิด รีบไป! ไปพักผ่อนเสีย!”
เมื่อ ‘เมิ่งซีโจว’ จากไปแล้ว จ้าวหังกับกวนจื่ออี้ย่อมไม่มีเหตุผลใดจะรั้งอยู่ต่อไปอีก จ้าวหังมองไปยังทิศทางที่เมิ่งหนานอี้จากไปด้วยความอาลัยอาวรณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถลึงตาใส่กวนจื่ออี้อย่างดุดันอีกครา แล้วจึงเป็นฝ่ายเอ่ยอำลาก่อน
กวนจื่ออี้จงใจนั่งละเลียดจิบช