น้าสะอาดหมดจดนั้นเย็นเยียบไร้สีสันจัดจ้าน คิ้วทั้งสองกลับมาเป็นทรงคล้ายรอยแต้มหมึกดังเดิมแล้ว ทั้งอาภรณ์แก่คร่ำครึนั้นยังมิอาจกลบความงดงามของนางลงได้แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับยิ่งขับให้ผิวพรรณของนางขาวผ่องขึ้นอีกหลายส่วน ขาวจนดูคล้ายโปร่งแสงอยู่รางๆ
นางได้ยินคำถามนั้น ปลายคิ้วพลันเลิกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น น้ำเสียงยังคงเจือแววหยอกเย้าตามความเคยชิน
“คุณชายน้อยกวนกำลังล้อข้าเล่นอยู่กระมัง ข้าหาใช่เมิ่งซีโจวที่ไหน หรือกลับเป็นท่านที่มัวแต่ร่ำสุรามั่วนารีจนเสียสติไปแล้วกระมัง? หากชีวิตคุณชายของท่านจะน่าเบื่อหน่ายปานนั้น ไหนเลยมิลองหากระโปรงมาสวม ลองแต่งเป็นคุณหนูเล่นสักสองวันเพื่อเปลี่ยนรสชาติดูบ้างเล่า?”
เมิ่งชินรุ่ยตกใจจนขวัญแทบกระเจิงในทันทีที่ได้ยิน!
นังลูกไม่รักดีคนนี้ หรือว่านางจะเสียสติไปแล้วจริงๆ? ไฉนจึงกล้ากล่าววาจาชั้นต่ำประเภทนี้กับกวนจื่ออี้ได้ ไม่กลัวบ้างหรือว่าหากไทเฮาทรงกริ้วขึ้นมา จะมีรับสั่งให้คนทั้งจวนแห่งนี้ต้องหัวหลุดจากบ่ากันหมด!
เขาร้อนใจจนเส้นเลือดเขียวบนหน้าผากปูดโปนทันที เพิ่งจะอ้าปากคิดตวาดสั่งให้เมิ่งซีโจวหุบปาก แล้วให้รีบกล่าวคำขอโทษต่อกวนจื่ออี้เสีย แต่คิดไม่ถึงว่าเมิ่งซีโจวกลับเอ่ยต่อไปว่า
“แต่คุณชายน้อยกวนจดจำข้ามิได้ก็นับว่าพอเหมาะพอดี ช่วง