สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับโทสะและความรู้สึกขยะแขยงที่พลุ่งพล่านอยู่กลางอก ขณะกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธจ้าวหังไปอย่างละมุนละม่อม
“ซีโจว”
เสียงของกวนจื่ออี้ก็พลันดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะ ตัดบทวาจาคำตอบปฏิเสธแข็งกร้าว ที่กำลังจะหลุดออกจากปากนางในทันที
เขาเท้าคางด้วยมือข้างเดียว กวาดตามองเมิ่งหนานอี้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเอ่ยเสียงเนิบที่คล้ายเจือการจับผิดอยู่หนึ่งส่วน
“เครื่องแต่งกายของเจ้าในวันนี้ กลับนับว่าแปลกตายิ่งนัก ดูท่าจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่หลายส่วนกระมัง?”
หัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนอย่างกะทันหันเช่นนี้ จ้าวหังถึงกับถลึงตาดุร้ายใส่กวนจื่ออี้ และแทบอยากจะใช้สายตาคู่นั้นแทงทะลุรางของเขาสักหลายรู
เจ้าคุณชายเสเพลผู้นี้ คงคิดจะกวนน้ำให้ขุ่นก่อปัญหาใหม่อีกแล้วกระมัง?!
ทว่าวาจาของกวนจื่ออี้เมื่อครู่กลับทำให้หัวใจของเมิ่งหนานอี้บีบรัดแน่น คิ้วทั้งสองของนางขมวดเข้าโดยไม่รู้ตัว
เจ้าบุรุษเสเพลผู้นี้ เหตุใดจึงเรียกขานข้าเสียสนิทสนมถึงเพียงนี้? หรือว่านังแพศยาเมิ่งซีโจวกับเขา จะมีความสัมพันธ์คลุมเครือมิกระจ่างชัดต่อกันจริงๆ?
อีกอย่าง คำพูดของเขาหมายความเช่นไรกัน? กำลังสงสัยการแต่งกายของนางอยู่อย่างนั้นรึ?
เมิ่งหนานอี้เป็นผู้ที่ถือหน้าถือศักดิ์ศรีเป็นที่สุด โดยเฉพาะในยามที