างมาก แต่ไป๋หยุนเทียนที่ได้เฝ้ามองเจี้ยนเฉินเติบโตมา นางสามารถจดจำเขาได้ทุกส่วน แม่และลูกมีสายเลือดร่วมกันและถูกผูกเข้าด้วยกันโดยโชคชะตา ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเจี้ยนเฉินและไป๋หยุนเทียน ทั้งสองฝ่ายต่างก็สามารถรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในตัวของพวกเขาหลังจากที่แม่ลูกได้พลัดพรากจากกันไปนานและในที่สุดก็ได้มาพบหน้ากันอีกครั้งไป๋หยุนเทียนเพียงยืนอยู่หน้าประตู นางมองมายังใบหน้าที่หล่อเหลาของเจี้ยนเฉินและทำความคุ้นเคย ร่างกายของเจี้ยนเฉินสั่นเทาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขาหยูเฟิงหยานก็เดินออกมาอยู่ข้าง ๆ ไป๋หยุนเทียนที่หยุดนิ่ง ทันทีที่นางเห็นใบหน้าของเจี้ยนเฉิน นางก็ตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่ออย่างที่สุดเจี้ยนเฉินออกจากตระกูลเจียงหยางตอนอายุ 15 ปีซึ่งหมายความว่าเขายังเป็นเด็กไม่ประสีประสาเมื่อเขาจากไป อายุของเขานั้นไม่ใช่ช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสำนักหัวหยุนคอยไล่ล่าเขา โอกาสรอดชีวิตเรียกได้ว่าแทบไม่มีนอกจากนี้เจี้ยนเฉินก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ แม้กระทั่งตระกูลเจียงหยางก็ไม่อาจหาเขาพบได้ ดังนั้นทุกคนจึงมั่นใจว่าเจี้ยนเฉินได้ถูกสำนักหัวหยุนจับไปและตายไปโดยไร้หลุมศพ เมื่อเจี้ยนเฉินจากไปโดยไม่มีแม้กระทั่งผู้คุ้มกัน เขาจะหนีจากสำนักหัวหยุนที่มากประ