ำมิเคยซ้ำกันเลยสักครั้ง!
นี่นับเป็นวาจาอันล้ำเลิศอย่างหาใดเปรียบไม่ หากไร้วาสนาย่อมมิอาจได้ฟังอย่างแท้จริง!
ยามนั้น กวนจื่ออี้ตื่นเต้นเสียจนแทบจะคุกเข่าคำนับป้ายบรรพชน เขาเฝ้าขอบคุณบรรพชนที่ปกปักคุ้มครองให้เขาได้มาพบพานของล้ำค่าเช่นนาง!
นับแต่นั้นมา เมิ่งซีโจวก็กลายเป็น ‘เป้าหมายที่สมควรไล่ตาม’ รายใหม่ของกวนจื่ออี้
เป็นเป้าหมายที่เขาเฝ้าติดตามเพื่อขอให้นางด่าทอ
เมิ่งซีโจวเองก็เพิ่งค้นพบว่า เกราะวาจาของตนซึ่งแต่ไหนแต่ไรมามิว่าบุกไปที่ใด ที่นั่นย่อมต้องแตกพ่าย รบที่ใดล้วนมีชัยไม่เคยพ่ายแพ้แก่ผู้ใด จะกลับกลายเป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนประหลาดเยี่ยงกวนจื่ออี้ผู้นี้!
มิว่านางจะเย้ยหยันถากถางเย็นชา หรือกล่าววาจาร้ายกาจใส่เขาสักเพียงใด การโจมตีทั้งหมดก็ราวกับประเคนซาลาเปาเนื้อปาใส่ปากสุนัข — ปาไปแล้วไปลับ ไม่มีวันหวนกลับคืนนมา!
จนถึงบัดนี้ เมิ่งซีโจวยังจำความพ่ายแพ้และความโกรธแค้นในครานั้นของตนได้อย่างชัดเจน นางโมโหเสียจนแทบอยากจะยกเท้าขึ้นถีบใส่ซ่งเฉิงจี้ให้ปลิวกระเด็นออกไป ที่เอาแต่ยืนดูด้วยความสนุกสนานอยู่เช่นนั้น
“เจ้าพาตัวประหลาดพิสดารอะไรมาให้ข้าพบเจอกันแน่!”
ทว่าสิ่งที่นางถนัดที่สุดก็คือ ล้มแล้วรู้จักจดจำเป็นบทเรียน เจ็บครั้งหนึ่งก็ฉลาดขึ้นอีกคราหนึ่ง
นับ