ร้อนนัก แล้วยื่นส่งให้สาวใช้ที่คิดจะฉวยโอกาสหลบหนีไปทันที
“นังลูกทรพี! เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกรึ?!”
เมิ่งชินรุ่ยลุกพรวดขึ้นยืนทันใด เพลิงโทสะที่สั่งสมมากว่าหนึ่งชั่วยามพลันระเบิดรุนแรงราวภูเขาไฟปะทุ เขาชี้นิ้วใส่หน้าเมิ่งซีโจวพร้อมกับด่ากราดเสียงกร้าว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เจ้าก่อเรื่องงามหน้าอันใดเอาไว้?! กลางท้องพระโรง ต่อหน้าขุนนางทั้งบุ๋นทั้งบู๊ทั่วราชสำนัก เจ้ายังจะให้บิดาผู้นี้เอาหน้าชราวางไว้ที่ใด?!”
ม่านน้ำตาเอ่อคลอขึ้นในดวงตาทั้งสองของเมิ่งซีโจวอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งถูกคำด่าทอที่สาดใส่ตั้งแต่ต้นจนจบนั้น ทำให้ตนตะลึงงันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ท่านพ่อได้โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเจ้าค่ะ ลูก…ลูกไม่เข้าใจจริงๆ…”
“ยังจะเสแสร้งทำเป็นโง่งมอีก!” เมิ่งชินรุ่ยโกรธจนมือทั้งสองสั่นระริก “กรมพระคลังรึ?เป็นถึงรองเจ้ากรมเชียวรึ!? นี่เจ้าไปวิ่งเต้นเยี่ยงไรกัน องค์รัชทายาทจึงได้จัดให้ตามคำขอเช่นนี้?! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ผู้ใดมอบความกล้าเช่นนี้ให้กับเจ้ากัน?! เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกตาเฒ่าคร่ำครึพากันพูดเช่นใดกันบ้าง? พวกเขาตำหนิว่าข้าเมิ่งชินรุ่ย ไม่รู้จักอบรมสั่งสอนบุตรีเช่นนี้ สักวันตระกูลจะต้องประสบเคราะห์ร้ายแน่!”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งโมโหเดือดดาล ฝ่ามือตบโต๊ะน้ำชาข้างกายดังปัง