อย่าง เลี้ยงพวกเจ้าไว้ยังจะมีประโยชน์อันใด!”
สาวใช้นางนั้นเดิมทีก็ใจฝ่ออยู่แล้วเพราะแอบอู้งาน มิได้ใส่ใจดูแลผู้เป็นนายดีนัก ครั้นถูกเมิ่งชินรุ่ยตะคอกเสียงดังใส่เช่นนี้ ก็ยิ่งตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ครึ่งคำก็มิอาจแค่นออกมาได้
ท่าทางขลาดกลัวเนื้อตัวสั่นเทาราวนกกระทาเช่นนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้โทสะของเมิ่งชินรุ่ยพุ่งสูงขึ้นอีกระลอก!
“ช่างไร้ประโยชน์นัก! พวกเจ้าแต่ละคนล้วนไร้ประโยชน์สิ้นดี!”
เขาไม่สนใจสาวใช้ที่กำลังหวาดกลัวจนร่างแทบทรุดลงไปกองกับพื้นอีกต่อไป สะบัดตัวนั่งลงบนเก้าอี้วงที่ทำจากไม้หวงฮวาหลีด้านนอกห้องอย่าแรง แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงหนักหน่วงรุนแรง
“รอ!”
เขาแค่นเสียงลอดไรฟันออกมา ดวงตาขุ่นคล้ำจ้องเขม็งไปทางหน้าประตูเรือน
“ข้าจะรออยู่ตรงนี้นี่แหละ! อยากรู้นักว่านังลูกทรพีนั่นเมื่อใดจึงจะรู้จักกลับจวน!”
และการรอของเขาคราวนี้ก็กินเวลายาวนานกว่าหนึ่งชั่วยาม
ครั้นเมิ่งซีโจวกลับมาถึง ความอดทนของเมิ่งชินรุ่ยก็ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือแม้เศษเสี้ยวแล้ว
“นังลูกทรพี! เจ้ายังกล้ากลับมาอีกรึ!?”
ฝีเท้าของเมิ่งซีโจวชะงักงันไปชั่วขณะ นางสะดุ้งโหยงตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงคับข้องน้อยใจ
“ท่านพ่อ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”
ทว่ามือของนางกลับยังคงปลดเสื้อคลุมออกอย่างไม่รีบ