อเมิ่งซีโจวเห็นเขาปรากฏกายขึ้น นางจึงได้ผายมือไปทางด้านที่เขาอยู่ ลั่วกู่พลันชะงักการเคลื่อนไหวไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขายามนี้ดำทะมึนประหนึ่งมีเส้นดำพาดผ่าน
เมิ่งซีโจวเห็นเขานิ่งงันอยู่เนิ่นนานไม่ขยับเขยื้อน จึงได้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉงน ทว่าเส้นดำบนหน้าผากของลั่วกู่กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกหลายสาย
เมื่อวานองค์ชายยังอุตส่าห์มาพบแม่นางเมิ่งถึงจวนด้วยตนเอง คิดไม่ถึงว่าจะไม่เพียงมิได้ผล แต่กลับยิ่งทำให้คุณหนูเมิ่งผู้นี้ออกมาพบ ‘บุรุษเถื่อน’ ที่ดูอันตรายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
…นี่มันหลักการอันใดกัน?
ดูจากท่าทีของนางแล้ว วันนี้เกรงว่ายังจะต้องไปพบบุรุษอีกผู้หนึ่งเป็นแน่!
เกรงว่าต่อให้เป็นถึงคุณชายเจ้าสำราญที่สุดในเมืองหลวง ก็ยังมิอาจมีตารางนัดแน่นขนัดเท่ากับนางได้ วันเดียวต้องเร่งรุดไปพบบุรุษถึงสองคน!
แล้วเช่นนี้ จะให้เขาไปกราบทูลองค์ชายได้อย่างไรกันเล่า!
แม้ภายในใจจะมีความคิดร้อยแปดพันประการพลุ่งพล่าน แต่ใบหน้าของเขากลับไร้อารมณ์ใดๆ เพียงยัดวัตถุแข็งเย็นรูปทรงกระบอกเล็กใส่ลงไปในฝ่ามือของเมิ่งซีโจว
ครั้นทำทุกสิ่งเสร็จสิ้นแล้ว ลั่วกู่ก็มิได้หยุดแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ร่างนั้นเคลื่อนไหววูบหนึ่ง ดูราวกับหยาดหมึกหยดหนึ่งที่ละลายหายลงสู่ห้วงธาราลึก ก่อนจะเลือนหายไปในม่านหิมะที่ปล