จนคล้ายถูกถ่วงรั้งอยู่ภายใน
ฮูหยินเมิ่งข่มตาหลับอย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังยอมจำนนต่อโชคชะตา ครั้นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครา สีหน้าก็กลับสงบราบเรียบ นางคลี่จดหมายฉบับนั้นวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านและตีความอย่างละเอียดอีกครั้ง
ปลายนิ้วของนางค่อยๆลูบผ่านรอยหมึกไปทีละตัวอักษร
“กำจัดพยัคฆ์ ถอนเขี้ยว ทำลายจิตผลาญปัญญา ข้าจะต้องแสวงหาโอกาสหนึ่งในหมื่นนี้ให้พบ…”
ตัดกำลังผู้เกื้อหนุน ทำลายสติปัญญา ยากยิ่งกว่าปีนป่ายสู่สวรรค์!
แต่มิว่านางจะพยายามอ่านทวนซ้ำอีกกี่รอบ ความหมายก็คล้ายกำลังเกลี้ยกล่อมให้นางยอมถอยหนึ่งก้าว และให้เลิกยึดติดเสีย
ทว่าเพื่อหนานหนานของนาง เพื่อ… ฉินหลางของนาง ต่อให้เบื้องหน้าไร้ซึ่งหนทางรอด นางก็จะเจาะหินเปิดทางเป็นเส้นทางหนึ่งขึ้นมาให้จงได้!
นางไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่า บนโลกใบนี้จะมีเรื่องใดที่สู้อุตส่าห์ทุ่มเทอย่างสุดกำลังแล้ว กลับจะทำไม่สำเร็จได้
ไม่ว่าอย่างไร นางก็จะเดิมพันอย่างเต็มกำลัง เข้าต่อสู้อย่างไม่คิดล่าถอย
—
ครั้นเมิ่งซีโจวออกมาจากเรือน หิมะขนห่านก็โปรยปรายลงมาจากท้องนภาอีกครา นางยกมือขึ้นรองรับเกล็ดหิมะกลุ่มหนึ่งเอาไว้
แทบมิรู้ตัวเลยว่า ปลายปีได้มาถึงแล้ว
สายตาของนางกวาดผ่านสองฟากถนนเส้นยาว เห็นหน้าร้านไม่น้อยต่างแขวนโคมแดงมงคลเอาไว้แล้ว อีกทั้งยังผูก