โจวเจ็บปวดเสียจนต้องขดร่างงอโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของนางยังคงอ่อนแรงถึงขีดที่สุด อาการไร้พลังวังชาอันเกิดจากการถูกทรมานและทารุณกรรมมาเป็นเวลายาวนาน ยังคงถาโถมใส่อยู่เป็นระลอก จนยามนั้นแทบไม่มีแรงแม้จะยันกายให้ลุกขึ้น
ข้างกายมีรถม้าอีกคันหนึ่งจอดอยู่ ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น บุรุษผู้หนึ่งก้าวลงมาจากภายใน ท่วงท่าของเขาสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาสุภาพ คิ้วทั้งสองคมดุจกระบี่ ดวงตาสุกใสดุจดารา รูปร่างสูงโปร่งประหนึ่งหยกงาม เขาค่อยๆก้าวเดินตรงมาทางนางอย่างสงบนิ่ง
และคนผู้นั้นก็คือสหายในวัยเยาว์ของนางเอง… ทั้งยังเป็นคู่หมั้นของนางอีกด้วย — เขาก็คือซ่งเฉิงจี้!
ท่ามกลางความสิ้นหวังอันดำมืด ประหนึ่งมีประกายแสงริบหรี่สายหนึ่งส่องผ่านเข้ามา!
แม่เล้าเกาเดินเข้ามาอีกครา สายพิณเส้นสุดท้ายในใจของเมิ่งซีโจวพลันขาดสะบั้น นางเองก็ไม่รู้ว่ากำลังเฮือกสุดท้ายที่ระเบิดขึ้นนี้ มาจากส่วนใดของร่างกายกันแน่ แต่ในชั่วขณะนั้น นางกัดฟันแน่น ใช้มือค้ำพื้นฝืนยันร่างให้ลุกขึ้น ทั้งที่ทั่วกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน และเจ็บระบมปวดร้าวไปหมด นางก็ยังรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ โถมกายพุ่งไปยังเงาร่างอันคุ้นตานั้นอย่างสุดชีวิต ราวกับคนที่กำลังจมน้ำและคว้าจับท่อนไม้สุดท้ายซึ่งเป็นที่พึ่งเอาไว้ได้!
“เฉิงจี้! ช่วยข้าด้วย! ข้าคือซ