ู้หนึ่งที่เข้ามายึดครองฐานะของนาง ซ้ำยังฉกชิงทุกสิ่งทุกอย่างของนางไปเท่านั้น!
เพียงได้เห็นใบหน้าของเมิ่งซีโจวที่เหมือนตนราวกับแกะ นางก็รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างถึงที่สุด จนแทบอยากจะฉีกใบหน้านั้นให้แหลกละเอียดเลยด้วยซ้ำ! แต่นี่กลับจะให้ออกไปเดินเที่ยวเล่นด้วยกันอย่างนั้นรึ? นั่นมิใช่เป็นการทรมานนางครั้งใหญ่หรอกหรือ!
ท่านพ่อนี่ช่างเป็นคนประเภท ‘เอ่ยในสิ่งที่ไม่ควร’ อย่างแท้จริง!
ส่วนตัวเมิ่งซีโจวเองก็คาดไม่ถึงจริงๆว่า เมิ่งชินรุ่ยจะมีเวลาว่างมากถึงขั้นจงใจสร้างเรื่องให้พวกนางทั้งสองต้องรู้สึกขยะแขยงใจกันเล่นเช่นนี้ แต่เมื่อคิดได้ว่าเมิ่งหนานอี้จะต้องอึดอัดขัดใจกับเรื่องนี้มากเพียงใด นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่น้อย จึงตอบรับคำอย่างว่าง่ายว่า
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกเองก็อยากไปเดินเล่นกับพี่หญิงมานานแล้วเช่นกัน”
นางสังเกตเห็นชัดเจนว่า ทันทีที่เมิ่งหนานอี้ได้ยินถ้อยวาจาประโยคนี้ ร่างทั้งร่างของนางก็พลันแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง
เมิ่งชินรุ่ยได้สัมผัสความรู้สึก ‘บิดาเมตตา บุตรกตัญญู พี่น้องปรองดอง’ ที่แสนจอมปลอมนี้อยู่ครู่หนึ่ง จึงได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และเอ่ยเสียงเรียบขึ้นว่า
“เช่นนี้ย่อมดีที่สุด ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ พวกเจ้าสองพี่น้องก็อยู่พูดคุยเรื่องส่วนตัวกันต่อไปเถิด”
เมิ่งซีโจวมองเ