้งยังครอบครองชะตาหงส์ซึ่งควรจะเป็นของนางอีกเล่า?
นางไม่เข้าใจเลยจริงๆว่า เหตุใดยามนี้แล้วมารดาจึงดื้อดึงไม่ยอมให้เมิ่งซีโจวตายเสียที บอกเพียงแค่ว่าการสลับชะตายังไม่สำเร็จ ทั้งที่หากเมิ่งซีโจวตายไปเสีย ชะตาหงส์ย่อมรู้เองว่าก่อนหน้านี้จดจำเจ้าของผิดคน และย่อมจะหวนมาสถิตในร่างของนางทันทีมิใช่รึ?
เมิ่งหนานอี้คับแค้นใจเสียจนต้องกัดฟันกรอด ผู้เป็นมารดาก็เอาแต่พูดว่า เวลานี้ยังฆ่าเมิ่งซีโจวไม่ได้ ทว่าแท้จริงแล้ว ทั้งหมดคงเป็นเพราะนางไม่สามารถตัดใจฆ่าเมิ่งซีโจวได้ลงกระมัง!
ที่พูดว่านางเมิ่งหนานอี้ เป็นบุตรีที่รักตนใคร่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียวนั้น …ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคำลวงหลอกทั้งเพ!
ในเมื่อมารดาไม่ยอมลงมือ เช่นนั้นนางก็จะลงมือเองให้สิ้นเรื่อง! ขอเพียงสำเร็จ ต่อแต่นี้ไปนางก็จะไม่ต้องโมโหเพราะเมิ่งซีโจวอีกแล้ว ทั้งยังจะได้กลายเป็นบุตรีเพียงหนึ่งเดียวของมารดาอย่างแท้จริงด้วย…
ทางด้านเมิ่งชินรุ่ยที่ยืนอยู่ข้างกันนั้น ก็ตกตะลึงพรึงเพริดไม่แพ้บุตรีเช่นกัน ภายในใจเปี่ยมไปด้วยความฉงนงุนงงอย่างที่สุด
เขาเอียงศีรษะไปด้านข้าง มอง ‘เมิ่งซีโจว’ ที่อยู่ข้างกายตนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะกวาดตามองหา ‘เมิ่งหนานอี้’ บุตรีผู้ไร้ความโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางฝูงชนทันที
ใบหน้าทั้งสองที่เหมือน