ทรุดกายนั่งลงบนเบาะนิ่มแล้วปรายตามองเซียงอี๋ปราดหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า
“ยังจะข่าวดีใหญ่หลวงอันใดกัน? เว้นเสียแต่เจ้าจะมาบอกกับข้าว่า ทารกน้อยที่ข้าสู้อุตส่าห์ทุ่มเรี่ยวแรงคลอดออกมานั้น แท้จริงเป็นบุตรชายต่างหาก! เช่นนั้นจึงค่อยนับว่าเป็นข่าวดีใหญ่หลวงได้!”
เดิมทีนางเพียงกล่าวส่งเดชไปอย่างนั้น เพราะนึกขุ่นเคืองใจหลายส่วนที่มิได้บุตรชาย แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่า หลังจากสิ้นวาจาของนางแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียงอี๋มิเพียงไม่จางลงแม้แต่น้อย นางกลับยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้นมากกว่าเดิม ดวงตาเบิกโตเป็นประกายวาววับจนดูคล้ายจะหลุดออกมาอยู่รำไร
หัวใจของอนุเสิ่นพลันกระตุกวูบ นางรีบยืดแผ่นหลังขึ้นตั้งตรงทันใด “อะไรนะ?… หรือว่าจะมีข่าวดีจริงๆกระมัง?”
เซียงอี๋พยักหน้าถี่รัวประหนึ่งลูกไก่จิกเมล็ดข้าว นางรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเสียจนถึงกับเสียงเปลี่ยนไป
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะนายหญิง! เป็นข่าวดียิ่งกว่าสิ่งใด! นายท่าน…นายท่านได้มอบอำนาจการปกครองเรือนหลังให้ท่านดูแลทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ! เมื่อครู่นี้เอง หลังจากนายท่านออกมาจากเรือนโยวหลานของฮูหยินใหญ่ ก็ประกาศกร้าวด้วยปากตนเองต่อหน้าพ่อบ้านและบ่าวไพร่ทั้งหลายว่า ต่อแต่นี้ไป เรื่องบนล่างของเรือนหลังทั้งหมดในจวน ล้วนอยู่ภายใต้ความดูแลขอ