ก็เดินนำหมอทั้งห้าที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป ให้แยกไปอยู่ในห้องสงบเงียบทั้งห้าห้องซึ่งอยู่ห่างกัน
เมิ่งซีโจวก้าวไปอยู่ข้างกายฮูหยินเมิ่งแล้วย่อตัวลงนั่ง กุมมือที่สั่นเทาของอีกฝ่ายไว้ พลางเอ่ยปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ โปรดอย่าได้ร้อนใจไปเลยเจ้าค่ะ ที่ลูกทำเช่นนี้ก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านแม่ให้ประจักษ์! ท่านแม่ลองไตร่ตรองดูเถิด หากมีเพียงหมอโจวผู้เดียวที่กล่าว มิว่าเขาจะพูดเช่นใด คนอื่นๆย่อมอดที่จะนึกเคลือบแคลงสงสัยมิได้ บัดนี้ให้หมอทั้งห้าท่านแยกกันตรวจสอบอย่างอิสระ หากผลที่ออกมาตรงกันทั้งหมด นั่นต่างหากจึงจะเรียกได้ว่าเป็นหลักฐานหนักแน่นดั่งขุนเขา ผู้ใดก็ไม่อาจตั้งข้อกังขาในตัวท่านได้อีกแม้แต่น้อย!”
ฮูหยินเมิ่งฟังถ้อยคำปลอบประโลมที่ดูจริงใจเสียจนเกินจริงนั้น ก็เพียงรู้สึกว่าโลหิตสายหนึ่งพลันตีกลับขึ้นมาจุกกลางลำคอ เบื้องหน้าเริ่มมืดดำเป็นระลอก!
คืนความบริสุทธิ์ให้นางอย่างนั้นรึ?
เพราะมีเมิ่งซีโจวอยู่ที่นี่ตรงนี้ทั้งคนอย่างไรเล่า! นางจึงยิ่งหวาดหวั่นใจว่า ความบริสุทธิ์ของตนจะมิอาจคงรักษาไว้ได้!
ไม่นานนัก หมอทั้งหมดก็ทยอยกันกลับเข้ามา เมิ่งซีโจวเดินตามหมอคนสุดท้ายเข้าห้องมา ก่อนจะเริ่มอ่านข้อความที่อยู่บนกระดาษแผ่นน้อยทีละแผ่น
แท้จริ