ยงความเย็นชาเฉยเมยอย่างคนแปลกหน้า และความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจที่คล้ายถูกรุกล้ำ
นางถึงกับขมวดคิ้วคู่งามเล็กน้อย สายตาทั้งคู่ประหนึ่งกำลังมองบุรุษเสเพลผู้ไม่รู้จักกาลเทศะ ริมฝีปากแดงระเรื่อแย้มออกเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำออกมาประโยคหนึ่งว่า
“มองอันใดนักหนา? ยังจะกล้ามองอีกรึ เชื่อหรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้จะควักลูกตาของเจ้าทิ้งเสีย!”
เสียงของนางมิได้ดังนัก ทว่าฉู่เซียวนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ โสตประสาทย่อมไวกว่าคนธรรมดาเป็นหลายเท่า คำก่นด่าสาปแช่งประโยคนี้จึงเล็ดลอดเข้าสองหูของเขาเต็มๆ ไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว!
ประหนึ่งถูกน้ำเย็นจัดราดลดใส่ศรีษะ!
แม้ก่อนจากกันในวันนั้น แม่นางผู้นั้นจะเคยเตือนเขาไว้ก่อนแล้วว่า หากพบกันภายนอก นางอาจทำท่าทีเย็นชาใส่เขา… ทว่าเพราะเขาคุ้นชินกับภาพของนางในห้องพักเล็กๆของโรงเตี๊ยม ที่ทั้งอ่อนหวานดุจสายวารี ทั้งสายตาที่มองเขายังชวนให้รู้สึกหวั่นไหว ครั้นต้องมาเผชิญกับนางในยามนี้อย่างกะทันหัน ความแตกต่างใหญ่หลวงนั้นจึงก่อเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บแปลบ ราวกับถูกมีดแหลมคมแทงทะลวงเข้ากลางใจอย่างแรง!
สีหน้าของฉู่เซียวเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความบอบช้ำและไม่อยากจะเชื่อ
ภายในหอม่านสมบัติ เมิ่งซีโจวมองเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเต็มสองตาตน อารมณ์จึงยิ