้ายที่สุดย่อมจะเป็นเพียงการมโนฟุ้งซ่านไปเองของเขาผู้เดียวเท่านั้น
นางปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาอย่างพอเหมาะอีกครา แล้วจึงค่อยชักพาบทสนทนาไปสู่จุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาในวันนี้
“คุณชายชื่นชอบงานเขียนของท่านเซียวเหยาเค่อถึงเพียงนี้ มิทราบว่าจะกรุณาแบ่งปันกับข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ว่าในบรรดางานเขียนทั้งหมด ท่านชื่นชอบฉบับใดที่สุด?”
นางจำต้องหยั่งรู้ความนิยมชมชอบของจ้าวหังให้ถ่องแท้เสียก่อน จึงจะสามารถเขียนใบสั่งยาได้ถูกกับโรค
และก็เป็นดังคาด เมื่อเอ่ยถึงงานเขียนของเซียวเหยาเค่อขึ้นมา จ้าวหังก็ราวกับเปลี่ยนเป็นอีกคนทันที ดวงตาของเขาทอประกายวาววับในชั่วพริบตา บรรยากาศกดดันหนักอึ้งเมื่อครู่พลันสลายหายไปจนหมดสิ้น
“โอ๊ะ! งานเขียนทุกฉบับของท่านเซียวเหยาเค่อล้วนเป็นผลงานสะเทือนทั่วใต้หล้า! แต่หากจะต้องตัดสินให้รู้แพ้รู้ชนะจริงๆ… เช่นนั้นก็ต้องเป็นเรื่อง ‘ไร้ผู้เหนือสรรพสิ่ง’ กระมัง!”
เมื่อเมิ่งซีโจวได้ยินเช่นนั้น ปลายคิ้วของนางก็พลันยกขึ้นเล็กน้อย จนอีกฝ่ายแทบไม่สังเกตเห็น
‘ไร้ผู้เหนือสรรพสิ่ง’ อย่างนั้นรึ?
นี่กลับผิดไปจากที่นางคาดเดาอยู่บ้าง
เพราะงานเขียนเล่มนั้น ทุกถ้อยคำทุกอักษรล้วนแฝงไว้ด้วยห้วงเสน่หาที่ฝังลึกถึงกระดูก เขียนพรรณนาถึงความรักที่เฝ้าไขว่คว