ได้มีหนวดเคราไม่ ทว่าเขากลับเดือดดาลเสียจนแทบ ‘เป่าเคราถลึงตา’มิว่าจะพยายามครุ่นคิดเท่าใด ก็ไม่อาจหาคำตอบได้
เซียวเหยาเค่อผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นเทพเซียนจากที่ใดกัน?! ฝีมือกลับสูงล้ำถึงเพียงนี้เชียวรึ? แม้แต่ยอดฝีมือชั้นหัวกะทิในจวนของเขา ก็ยังแตะมิได้แม้กระทั่งชายเสื้อของอีกฝ่าย?!
หรือว่า… จะเป็นนักฆ่าชั้นยอดจากองค์กรลับสักแห่ง?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของจ้าวหัง มันก็ได้เติบใหญ่ลุกลามอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่ามีเหตุผลหนักแน่นนัก!
ย่อมมีเพียงผู้ที่ผ่านชีวิตระหกระเหินท่ามกลางคมดาบและเงากระบี่ เฉียดเป็นเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้น จึงจะสามารถเขียนเรื่องราวที่พลิกผันเร้าใจถึงเพียงนี้ได้! ส่วนสายตาที่มองทะลุจิตใจผู้คน และความเข้าใจลึกซึ้งต่อโลกมนุษย์นั้น ย่อมต้องผ่านการหล่อหลอมมาจากโลหิตและเปลวเพลิงเป็นแน่!
จ้าวหังตบต้นขาตนเองฉาดหนึ่ง ในที่สุดก็เข้าใจกระจ่างแจ้งสิ้นเชิงเสียที!
เขาพลันฮึกเหิมจนเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน ในหัวถึงกับวาดเค้าโครงอนาคตเอาไว้เสร็จสรรพแล้ว
ครั้นได้พบคนผู้นี้เมื่อใด เขาจะต้องไถ่ถอนทำให้คนผู้นี้หลุดพ้นจากวันคืนที่ต้องเสี่ยงชีวิตกับคมมีด ซึ่งเช้ารอดบ่ายไม่รู้ตายหรือไม่เช่นนั้นเสียที!
เช่นนี้แล้ว ก็จะได้มีชีวิตที่สงบ สามารถแต่งเรื่อ