เถ้าแก่แม้แต่น้อย ทุกคราที่มาก็เพียงวางต้นฉบับลง แล้วรีบหมุนกายเดินจากไปในทันที ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาเกินจำเป็นแม้แต่คำเดียว
“ขอน้อมส่งท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ! คราวหน้าขอเชิญมาอีกนะขอรับ!”
เถ้าแก่หาได้ถือสาท่าทีเย็นชาของเขาไม่ ยังคงยืนส่งอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มดังเดิม น้ำเสียงก้องกังวานเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
เถ้าแก่หอตำรานั้นนับว่ากอบโกยเงินทองไปจนเต็มสองมือ ใบหน้าจึงอาบไปด้วยความสุขสำราญ ประดุจสายลมวสันต์ต้องกิ่งหลิว ยามนี้เขาช่างภูมิใจและเป็นสุขยิ่งนัก ทว่าจ้าวหังกลับมีท่าทีซึมเซาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เขาดูประหนึ่งมะเขือที่ต้องน้ำค้างแข็ง จนกลายเป็นเหี่ยวเฉาไร้ชีวิตชีวา
นับแต่วันนั้น เพียงเรื่องเล่าแสนตื่นเต้นที่หอร้อยรสชาติไม่กี่ประโยค ถูกส่งเข้าโสตประสาทของเขาแล้ว จ้าวหังก็ยิ่งกว่าต้องมนตร์สะกดเข้าอย่างจัง
กระทั่งข้าวปลาอาหารที่เคยรู้สึกว่าเอร็ดอร่อย ยามนี้กลับไม่โอชาดังเดิมแล้ว เวลานอนยังคร้านที่จะนอน ทั้งวันเอาแต่เที่ยวสืบเสาะถามถึงเรื่องเขียนของเซียวเหยาเค่อประหนึ่งแมลงวันไร้หัว กว่าจะพบเจอก็หลังจากตระเวนถามอยู่ถึงหนึ่งวันเต็ม กระทั่งในที่สุด จึงได้พบเข้าที่หอตำราเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่มุมอับห่างไกลในตรอกคับแคบแห่งหนึ่ง
ทว่าช่างน่าโมโหนัก