่างกายของนางได้ร่วงโรยจนถึงคราวน้ำมันสิ้นไส้ตะเกียงแล้ว ครั้นปล่อยให้อารมณ์พลุ่งพล่านถึงเพียงนั้น โลหิตในกายจึงได้กระอักทะลักออกมาทางปาก
แต่นางกลับมิได้หยุดเสียงหัวเราะนั้น
เพราะ…มันช่างเป็นเรื่องที่น่าขันยิ่งนัก!
ฮูหยินเมิ่ง เจ้าช่างน่าสมเพชและน่าขบขันเสียจริง! กลับยกตรรกะเหลวไหลเพียงนี้มาปกปิดความเห็นแก่ตัว และความเย็นชาในใจของตน!
ทว่าเสียงหัวเราะที่คลุกเคล้าไปด้วยโลหิตและน้ำตานั้นกลับดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นล้ำลึกหนักหน่วงเข้ามาแทนที่
คลี่ยิ้มไปคลี่ยิ้มมา น้ำตาร้อนผ่าวก็พลันไหลทะลักพรั่งพรูออกมา จนภาพเลือนรางตรงหน้าในห้วงเข้าสู่ความตายนั้นพลันพร่ามัวจนสิ้น
ที่แท้… ชีวิตทั้งชีวิตของนาง ที่ต้องถูกมารดาแท้ๆรังเกียจเดียดฉันท์ ถูกลักพาตัวไปขาย ถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลาย กลับมีต้นสายปลายเหตุเพียงแค่… เรื่องน่าขันเหลวไหลและไร้ค่าอย่างที่สุด!
แล้วผู้ที่น่าเวทนาและน่าขันอย่างที่สุดนั้น…
อ้อมไปอ้อมมา กลับกลายเป็นตัวนางเอง!
ครั้นหวนระลึกถึงเหตุการณ์ในชาติภพก่อน อารมณ์ความรู้สึกของนางก็พลันพลุ่งพล่านท่วมท้นขึ้นมาอีกชั่วขณะ
เมิ่งซีโจวบังคับข่มกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ แล้วโน้มกายเล็กน้อยขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของฮูหยินเมิ่ง ที่ยามนี้ร่างทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ