งว่างานนี้ทำไม่จบไม่สิ้นเสียที
เขายกหลังมือขึ้นปาดเช็ดเหงื่อเย็นข้างขมับที่หาได้มีอยู่จริงไม่ ก่อนจะพยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่แสนประหลาดและน่าอึดอัดนี้ เขาหันไปบอกกับเมิ่งชินรุ่ยพร้อมกับเสียงทอดถอนใจว่า
“ท่านโหว เฮ้อ… คุณหนูทั้งสองสมแล้วที่เป็นพี่น้องฝาแฝด มิใช่เพียงรูปโฉมที่ละม้ายคล้ายคลึงกันเท่านั้น แม้แต่… แม้แต่จังหวะการเป็นลมของพวกนาง ก็ช่างมาพร้อมเพรียงกันอย่างเหมาะเจาะ ราวกับเป็นคนๆเดียวกันจริงๆ ช่างเป็น…ช่างเป็นสายสัมพันธ์พี่น้องที่ลึกซึ้งยิ่งนักขอรับ!”
เขาคิดเอาเองว่า ยามนี้ตนกำลังช่วยคลี่คลายสถานการณ์ และกำลังช่วยคลายความกระอักกระอ่วนนี้ให้เบาบางลง
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา สีหน้าของเมิ่งชินรุ่ยกลับเปลี่ยนเป็นดำทะมึนประหนึ่งก้นหม้ออย่างฉับพลัน ราวกับเพิ่งคลานออกมาจากเตาถ่านก็ไม่ปาน! ครั้นหันไปมองนายหญิงใหญ่ของจวน สีหน้านั้นกลับยิ่งดูอึมครึมหนักหนากว่าเมิ่งชินรุ่ยเสียหลายส่วน!
เมื่อได้พบเห็นภาพฉากเช่นนั้น หัวใจของท่านหมอหลี่ก็พลันกระตุกวูบด้วยความตระหนกตกใจ ยามนี้ได้แต่อยากจะกัดลิ้นตนเองให้ขาดเสีย!
แย่แล้ว! คิดจะประจบเอาใจแท้ๆ แต่กลับประจบประแจงผิดที่ผิดเวลาไปเสียแล้ว!
เขาแทบอยากจะตบปากตนเองสักฉาดใหญ่ โทษฐานที่ลืมคำโบราณว่า ‘ยิ่งพูดมาก ยิ่