งพลาดมาก’ ไปได้อย่างไรกัน?
เขารีบหุบปากฉับพลัน จากสีหน้าหม่นหมองบัดนี้กลับกลายนเป็นเสียขวัญ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใดเพิ่มเติมอีกเลย จากนั้น จึงรีบรุดออกไปทำการตรวจดูอาการของคุณหนูทั้งสองที่เป็นลมหมดสติอยู่โดยเร็ว
เมิ่งชินรุ่ยข่มความหงุดหงิดรำคาญใจไว้ภายใน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
“อาการพวกนางเป็นเช่นไรบ้าง?”
ยามนี้ท่านหมอหลี่ตกอยู่ในสภาพขี่หลังเสือ จะลงก็ไม่ได้ จะไปต่อรึก็ลำบาก ได้แต่กัดฟันฝืนใจโกหกต่อไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เรียนท่านโหว คุณหนูใหญ่… เป็นเพราะไฟโทสะและความร้อนในใจตีปะทะสวนขึ้น จึงส่งผลให้ทรวงอกเกิดอาการตีบตันชั่วขณะ เลือดลมที่โคจรทั่วร่างจึงได้เดินขัดข้องอย่างกะทันหัน ส่วนคุณหนูรองนั้น… เพราะเดิมทีร่างกายอ่อนแออยู่ก่อนแล้ว ครั้นได้รับความตกใจหนักจนขวัญเสีย จึงได้เป็นลมหมดสติไปขอรับ”
เมิ่งชินรุ่ยฟังจบก็มีสีหน้าครุ่นคิดปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง แต่กลับมิได้เอ่ยถ้อยคำใดต่อ
ทว่าฮูหยินเมิ่งกลับร้อนใจดุจไฟเผาอก นางเพียงอยากรีบปิดฉากเรื่องราวความวุ่นวายนี้โดยเร็ว จึงได้เร่งเร้าไม่หยุด
“ท่านหมอหลี่ ในเมื่อวินิจฉัยอาการได้แล้ว ก็รีบเขียนใบสั่งยามาเถิด! อาการของคุณหนูทั้งสองจะปล่อยให้ชักช้ามิได้เป็นอันขาด!”
ท่านหมอหลี่ได้ยินดังนั้นก็ประหนึ่งได้รับการอภัยโทษ จึงรีบขานรับติดๆ