มีเวลารั้งอยู่ที่นี่ได้นานเท่าใดนัก ไว้คุณชายได้คำตอบเมื่อใด จึงค่อยเป็นฝ่ายไปหาข้าเองก็แล้วกัน เช่นนี้ดีหรือไม่เล่า?”
ฉู่เซียวพยักหน้าตอบรับหนักแน่น แววตาเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่มั่นคง
เมิ่งซีโจวเดินไปถึงหน้าประตู ครั้นใกล้จะออกไปแล้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบหันกลับชำเลืองมองไปพร้อมเอ่ยเสริมว่า
“อ้อ จริงสิ ยามเมื่อเราพบกันคราวหน้า บางทีท่าทางของข้าอาจจะดูเย็นชาและกล่าววาจาห่างเหินกับคุณชายสักหน่อย แต่นั่นล้วนเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ขอคุณชายได้โปรดเข้าใจข้าด้วย”
“ได้”
เมิ่งซีโจวได้ยินฉู่เซียวขานรับอยู่ด้านหลัง นางจึงยิ้มออกมาอย่างพึงใจ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดประตูจากด้านนอก
เจ้ารีบไปสานสัมพันธ์เก่ากับเมิ่งหนานอี้ต่อเถิด ฉู่เซียวเอ๋ย
หากเขาสามารถฉุดนางผู้นั้นให้ร่วมดำดิ่งสู่หงเหมิงไปด้วยกันได้ วันนี้คำพูดของนางก็นับว่ามิได้หลอกลวงแต่อย่างใด เขาคงนับเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวงของนางจริงๆ
ระหว่างทางกลับ รถม้าได้แล่นผ่านถนนสายหนึ่งซึ่งคึกคักยิ่งนัก ผู้คนเดินเบียดเสียดกันแน่นขนัดจนแทบจะปิดเส้นทางอยู่แล้ว
เมิ่งซีโจวเลิกม่านขึ้น แล้วจึงเอ่ยถามผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่บนถนนว่า
“เกิดอันใดขึ้นที่นี่รึ?”
คนผู้นั้นหันมาตอบกลับด้วยท่าทีตื่นเต้น
“คุณชายจ้าวหังแห่งจวนกั๋วกงหนิงได้ติดประกาศให้รางว