ว่าฉู่เซียวยามนี้กำลังขวยเขิน และได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อว่า
“คุณชาย… เมื่อคืนท่านหลับสบายหรือไม่?”
ฉู่เซียวพยักหน้าด้วยท่วงท่าที่แข็งทื่อ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง และแทบมิกล้าสบตานางเลย
เมิ่งซีโจวยิ้มกว้างจนดวงตาทั้งสองหรี่ลงเล็กน้อย
แต่กลับช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก เพราะจู่ๆฉู่เซียวผู้เขินอายที่มีใบหน้าแดงก่ำเสียยิ่งกว่าผลแอปเปิ้ลสุก กลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดขึ้นก่อนว่า
“หากแม่นางจะกรุณา… ได้โปรดช่วยบอกนามของท่านให้ข้ารู้สักหน่อยจะได้หรือไม่?”
“ย่อมต้องได้อยู่แล้ว” เมิ่งซีโจวตอบรับอย่างฉับไว
ท่ามกลางสายตาของฉู่เซียวที่พลันสว่างวาบขึ้นทันใด นางใช้นิ้วแตะปลายคางเบาๆ ภายในใจเต็มไปด้วยแผนการร้ายสารพัด จนมิรู้ว่าจะเลือกใช้อันใดก่อนดี
หลังจากไตร่ตรองแล้ว ในที่สุดนางก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า
“ท่านจงฟังให้ดี—”
น้ำเสียงของนางแผ่วเบาราวกระซิบ ทั้งยังคล้ายเจือด้วยมนตร์เสน่ห์ลวงให้บุรุษตรงหน้าลุ่มหลง
“ลมทักษิณล่วงรู้ดวงใจข้า พัดพาความฝันไปถึงซีโจว… แซ่และนามของข้า ล้วนซ่อนอยู่ในบทกวีนี้แล้ว”
ยังมิทันสิ้นเสียง นางก็พลันขยับเท้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายก้าวหนึ่ง ทำให้ฉู่เซียวถึงกับร่างแข็งค้างในบัดดล แม้แต่ลมหายใจก็แทบลืมไปเสียสิ้น
“คุณชายลองพินิจใคร่ครวญดูก่อนเถิด วันนี้ข้าไม่