เอียดอยู่ ครั้นเห็นเขามีปฏิกิริยาเช่นนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “หรือว่าภารกิจนี้… จะยากเกินมือท่านแล้วกระมัง?”
แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ด้วยฝีมือของลั่วกู่แล้ว เพียงแค่พาคนที่หลับสนิทออกไปสักคน ย่อมนับเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก
ลั่วกู่ส่ายหน้าอย่างฝืดฝืน น้ำเสียงอู้อี้แฝงความกระดากเก้อเขิน
“…ไม่ยากเลยขอรับ เพียงแต่เมื่อครู่คุณหนูใช้คำว่า ‘บุก’ ข้าฟังแล้ว… ชวนให้รู้สึกบาดหูอยู่บ้าง”
เมิ่งซีโจวชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจได้ในทันที แววขบขันพลันฉายวาบผ่านดวงตาทั้งสอง “อ้อ—เช่นนั้นก็ใช้คำว่า ‘ลักพาตัว’ แทนเป็นอย่างไรเล่า?”
เมื่อเห็นสีหน้าของลั่วกู่แข็งค้างยิ่งกว่าเดิม นางก็ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ จนเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“ดูท่า วาจาพวกนี้คงจะกระทบกระเทือนใจท่านไม่น้อยจริงๆ”
ลั่วกู่ “…”
เขาปิดปากลงอย่างเงียบงัน แล้วร่างก็พลันไหววูบ ก่อนจะหลอมกลืนหายเข้าไปในรัตติกาลอย่างฉับไว ทิ้งไว้เพียงเงาหลังที่ดูคล้ายมีความหมายแห่งการเผ่นหนีอยู่หลายส่วน
ดังนั้น ในครึ่งราตรีให้หลัง ลั่วกู่จึงได้ทำภารกิจเสร็จสิ้นตามคำสั่ง ครั้นถึงเที่ยงคืนของวันนี้ ก็นำร่างไร้สติของเมิ่งหนานอี้มาโยนไว้ที่ข้างทางในตรอกเปลี่ยวสายหนึ่ง
ขณะที่คนของจวนเมิ่งพากันออกค้นหาจนเริ่มเหนื่อยล้าสิ้นแรง ในที่สุด ทั้งหมดก