กลื่อนเรื่องถุงเงินใบนั้นที่อาจคร่าชีวิตของนางได้ และเพื่อกลบซ่อนความหวาดกลัวภายในใจที่ยามนี้แทบจะทะลักออกจากอกอยู่รอมร่อ
สีหน้าของเมิ่งชินรุ่ยพลันหม่นคล้ำเสียยิ่งกว่าน้ำค้างก่อนพายุฝน
สายตาเฉียบคมของเขากวาดมองไปมาระหว่างคนทั้งสามไม่หยุด
เรื่องสกปรกโสมมทั้งหลายภายในเรือนหลัง ใช่ว่าเขาจะไม่ล่วงรู้เสียทีเดียว เพียงแต่ตราบใดที่ยังไม่ก่อเรื่องมาถึงหน้าตน และมิได้สร้างความลำบากให้แก่เขานัก เขาก็มักจะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ยอมปล่อยผ่านไปเสียบ้าง
แต่วันนี้… เป็นดังคำพูดของฮูหยินเมิ่งไม่ผิดเลย ‘เมิ่งหนานอี้’ ผู้นี้ช่างบังอาจคับฟ้านัก ถึงกับกล้าหลอกลวงเขาเช่นนี้ ทำเอาท่านโหวผู้ทรงเกียรติอย่างเขาต้องเต้นเป็นลิงตลอดทั้งวัน!
เพลิงโทสะพลันลุกพลุ่งพล่านอยู่ภายในอกของเมิ่งชินรุ่ย!
หรือเพราะนางคิดว่าตนเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์หญิงใหญ่ไว้กระมัง จึงคิดว่าตนจะสามารถขึ้นขี่คอและวางอำนาจกดหัวเขาได้?
เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น วันนี้เขาเองก็เพิ่งจะได้ล่วงรู้ความจริงเช่นกันว่า เหตุใดองค์หญิงใหญ่จึงเสด็จกลับถึงเมืองหลวงก่อนกองทัพหนึ่งก้าว ที่แท้… องค์หญิงใหญ่ก็เป็นทหารหนีทัพ! บัดนี้ข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว แต่นางผู้นี้ยังกล้าอาศัยบุญคุณข้อนี้มาทำตัวอวดดีอีก ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลายิ่งน