ง”
ฮูหยินเมิ่งกำสองหมัดแน่น – นังหญิงแพศยาผู้นี้เพียงมีโอกาส ก็รีบสาดน้ำโสโครกใส่หนานหนานของข้าทันที!
เพลิงอารมณ์ชั่วร้ายสายหนึ่งพลันพวยพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ นางลุกพรวดตวาดสวนกลับเสียงดังขึ้นทันใด “เมิ่งหนานอี้ เจ้านี่ช่างกำเริบเสิบสานนัก! ตนเองทำเรื่องไร้ยางอาย ออกไปมั่วสุมกับบุรุษข้างนอกมาตลอดทั้งวันก็ช่างเถิด! แต่เรื่องโสมมที่ตัวเองก่อขึ้น ยังคิดจะใส่ร้ายให้พี่สาวของเจ้าอีกรึ! นี่เจ้ากำลังคิดการอันใดอยู่กันแน่?!”
คำว่า ‘มั่วสุม’ เพียงสองพยางค์นั้น ล้วนเปล่งออกมาด้วยความรู้สึกดูถูกดูแคลนและชิงชัง รุนแรงประหนึ่งแส้อาบยาพิษที่ฟาดผึงลงกลางห้วงอากาศ
‘เมิ่งซีโจว’ ภายใต้สายตาของฮูหยินเมิ่งพลันค้อมศีรษะลง ทำตัวประหนึ่งนกกระทาตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวเมื่อถูกผู้ใหญ่ตำหนิติเตียน ทว่าในดวงตากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
คำพูดของฮูหยินเมิ่งประโยคนี้ นับว่ากล่าวได้ดีเสียจริง เมิ่งหนานอี้เองก็เป็นคนประเภทไร้ยางอาย ทั้งยังชอบมั่วสุมดั่งว่าจริงๆมิใช่รึ
แม้จะเป็นเพราะบัดนี้ฐานะของนางคือ ‘เมิ่งหนานอี้’ เพื่อมิให้ความแตก ฮูหยินเมิ่งจึงทำได้เพียงต้องกัดฟันยอมทำลายชื่อเสียงของเมิ่งหนานอี้ แต่นับว่าโชคดีอยู่บ้าง ที่ความผิดพลาดโดยบังเอิญนี้กลับไปตรงกับความเป็นจริงอย่างพอดิบพอดี
เมิ่งชินรุ่ยหาได้ใส่ใจกับคำด่าทอที