แต่ละก้าวประหนึ่งเหยียบลงบนสายพิณในอกของชิงหลี ที่ยามนี้ขึงตึงแน่นให้สั่นสะท้านหนักขึ้นเรื่อยๆ
“เมื่อคืน… มิใช่เจ้าหรือที่คอยเฝ้าเวรยามอยู่?”
ครั้นกล่าวจบ นางก็ย่อตัวลงเก็บถุงเงินที่ร่วนหล่นลงกับพื้นขึ้นมา แล้วจึงใช้ฝ่ามือชั่งน้ำหนักดูคร่าวๆ
“ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีนัก เหตุใดเจ้าจึงเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเล่า? อีกทั้งดูจากท่าทางของเจ้าแล้ว… คล้ายจะได้ลาภก้อนโตมามิใช่น้อยเลย”
ชิงหลีเพียงสัมผัสได้ถึงไอเยียบเย็นสายหนึ่งพุ่งจากฝ่าเท้าตรงขึ้นสู่กระหม่อมอย่างฉับพลันทันใด โลหิตทั่วร่างประหนึ่งจับตัวเป็นน้ำแข็งไปชั่วขณะ! นางจ้องถุงเงินในมือของเมิ่งซีโจวเขม็ง ฟันบนล่างกระทบกันดังกึกกักไม่หยุด
“บ่าว… บ่าว…”
สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนอย่างสิ้นเชิง แม้จะพยายามขุดค้นถ้อยคำแก้ตัวออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจรีดเค้นออกมาได้สักประโยค มีเพียงความหวาดกลัวไร้สิ้นสุด ที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งร่าง!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงอ้ำอึ้งอยู่เนิ่นนาน ครึ่งค่อนวันก็คงจะยังพูดอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวมิได้ เมิ่งซีโจวจึงพลันยกมือขึ้นปิดปากทันใด สีหน้าราวกับเพิ่งเข้าใจกระจ่างแจ้งในบัดดล
“อ้อ! ข้ารู้แล้ว! เจ้าคงเห็นนายเช่นข้าใช้ชีวิตอย่างอัตคัดขัดสนนัก จึงได้อุตส่าห์ออกไปหาเส้นสายทำมาหากินเพื่อ