บทที่57 ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าข้าคือผู้พี่หรือน้องสาว?
ลั่วกู่บังคับควบรถม้าให้หยุดจอด สองล้อพลันหยุดแน่นิ่งมั่นคงอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ของหอร้อยรสชาติ
ก่อนเมิ่งซีโจวจะลงจากรถม้า ลั่วกู่ก็ได้เอ่ยเสียงต่ำขึ้นว่า
“เชิญคุณหนูเมิ่งเข้าไปด้านในก่อนเถิดขอรับ ผู้น้อยสะสางธุระเสร็จแล้วจะเร่งกลับมาสมทบในอีกไม่ช้า”
ธุระที่ลั่วกู่เอ่ยนั้นย่อมหมายถึงการไปทำตามคำสั่งของเมิ่งซีโจวเมื่อครู่นั่นเอง เขาตรงไปยังจวนตระกูลเจียงเพื่อนำตัวฉู่เซียวออกมา
เมิ่งซีโจวพยักหน้าส่งให้เล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ จากนั้นจึงค่อยก้าวเท้าเข้าไปในหอสุรา ซึ่งเป็นสถานที่อันมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้
ก่อนลงจากรถม้า นางยังได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้เรียบร้อย ยามนี้จึงเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคมงดงามที่ยากจะลืมเลือนคู่นั้น
ภายในห้องโถงดังอื้ออึงไปด้วยเสียงผู้คน เมิ่งซีโจวปฏิเสธการนำทางด้วยท่าทางกระตือรือร้นจากเสี่ยวเอ้อร์ในร้าน นางกวาดตามองไปทั่วโถงอันครึกครื้น ก่อนจะเลือกนั่งลงที่ตรงริมหน้าต่างด้านหนึ่ง
ตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นภายนอกได้กว้างไกล ทั้งยังสามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในโถงได้ชัดเจนด้วย ทำให้แขกส่วนใหญ่ยังอยู่ในสายตาได้
เมื่อนางทรุดกายนั่งลงแล้ว จึงได้สั่งกับข้าวจานเล็กขึ้นชื่อของหอร้อยรสชาติมาหล