ี่ครั้งกี่ครา นางก็ยังคงขนลุกขนพองดังเคย!
นางต้องไปพบท่านแม่บัดเดี๋ยวนี้!
เมิ่งหนานอี้ประหนึ่งนกน้อยที่แตกตื่นเพราะเสียงคันศร แม้ทั่วร่างจะปวดระบมอย่างยิ่ง ก็ยังฝืนทนหลบเลี่ยงผู้คนทั้งหมดในจวน แล้วลอบเข้าไปยังเรือนโยวหลานพบผู้เป็นมารดาทันที
ทันทีที่บานประตูปิดลง นางก็พุ่งกายโผเข้าสู่อ้อมอกของฮูหยินเมิ่งทันที ความเข้มแข็งที่เมิ่งหนานอี้ฝืนทำเป็นเสแสร้งแสดงออก พลันพังทลายลงสิ้นในบัดดล!
ร่างทั้งร่างของนางสั่นเทิ้ม สะอื้นร่ำไห้จนกล่าวถ้อยวาจาสับสนไปหมด บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ตนต้องประสบพบเจอภายในจวนตระกูลเจียงออกมาอย่างขาดห้วงขาดตอน
“นังแพศยาผู้นั้น… ข้าเกือบจะต้องสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือนางแล้ว! นางเหยียดหยามข้าถึงเพียงนั้น ท่านแม่! ข้าไม่ต้องการให้นางมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อที่จะค่อยๆทรมานนางแล้วท่านแม่ ท่านช่วยปลิดชีพนางเสียทันทีเถิด!”
ฮูหยินเมิ่งโอบกอดบุตรีที่กำลังร่ำไห้เสียจนแทบขาดใจไว้แน่น ความเจ็บปวดรวดร้าวใจนั้นประหนึ่งถูกควักเอาเนื้อหัวใจของตนออกสับทั้งชิ้น!
ยามได้ฟังคำร่ำไห้ฟ้องทุกข์ของบุตรี สายพิณเส้นขึงตึงที่สุดในส่วนลึกแห่งหัวใจนาง ก็พลันขาดผึงลงเสียง “เคร้ง” ขึ้นทันใด!
สิ่งที่นางหวาดหวั่นที่สุด… ยามนี้ได้กลับกลายเป็นความจริงเสียแล้ว!
เมื่อคืน ณ เรือนของอนุหลิว นางเองก็ได้คาดการณ์ไว