ียงกรีดร้องใดๆทั้งสิ้น คู่คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังเพ่งเล็งจดจ่ออยู่ที่เป้าตรงหน้า ทว่าวงแขนกลับสั่นไหว นางทำท่าดึงคันธนูแล้วคลายลงอยู่หลายครั้งหลายครา คล้ายเป็นการหลอกล่อหยอกเย้า
ทุกครั้งที่เสียงสายธนูถูกดึงจนตึงแน่นเปล่งดังขึ้น ร่างของเมิ่งหนานอี้ที่ถูกมัดติดไว้กับหลักไม้ก็พลันชักเกร็งไปทั้งร่าง!
ครั้นเห็นว่าเจียงจี้เยว่ใกล้จะปล่อยลูกธนูแล้ว เมิ่งหนานอี้ก็รีบปิดเปลือกตาแน่นสุดกำลัง แต่หลังผ่านพ้นไปครู่ใหญ่ กลับไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย นางจึงลืมตาขึ้นอีกครา
ภายใต้การหยอกเย้าของเจียงจี้เยว่นี้ เมิ่งหนานอี้จึงได้แต่ต้องหลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง ลืมตาแล้วก็หลับตาไปมาอยู่เช่นนี้ไม่หยุด หัวใจที่แขวนลอยอยู่กลางอกนั้น ไม่อาจตกลงสู่ที่เดิมได้เสียที
ทันใดนั้นเอง ในห้วงขณะที่เมิ่งหนานอี้ใกล้จะถูกการทรมานอันไร้สุ้มเสียงนี้บีบคั้นจนสติแตกเต็มที
ฟิ้ว—!
ในที่สุด เจียงจี้เยว่ก็ปล่อยลูกธนูออกไปแล้ว!
ลูกธนูพุ่งฉิวแหวกห้วงอากาศออกไปประดุจสายอสนี!
นัยน์ตาทั้งสองของเมิ่งหนานอี้ที่ยามนี้ด้านชาราวตาของปลาตาย พลันเบิกโพลงจนแทบถลนหลุดจากเบ้า ภายในม่านตาสะท้อนเงาของหัวธนูที่กำลังพุ่งใกล้เข้ามาทุกขณะ!
จากนั้น ลูกศรก็ได้เฉียดผ่านเหนือมวยผมของนางไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปักฉึกลงไปบนหลักไม้เหนือศีรษะของนางขึ้