รงทั้งหมดในร่างอีกครา แล้วดึงง้างสายธนูอย่างสุดกำลัง!
“อ๊า!”
แทบไม่ต้องเอ่ยถึงการง้างสายธนู มิเพียงนางไม่สามารถง้างมันออกได้ แต่นิ้วที่จับผิดท่าผิดทางนั้นกลับถูกสายธนูดีดรัดเข้าอย่างแรง จนธารโลหิตสีแดงสดพลันซึมไหลออกมาฉับพลัน!
กระแสความเจ็บปวดสุดแสบพลันแล่นแปลบขึ้นจนนางต้องคลายมือ ปล่อยคันธนูหนักให้ร่วงหล่นลงกระแทกกับพื้นเสียงดัง “ปัง”
“คุณหนูรองเมิ่ง! มือของท่าน—!” สาวใช้นางหนึ่งร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เมิ่งหนานอี้กุมมือข้างนั้นไว้แน่น นางเจ็บปวดจนหยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มเบ้า ใบหน้าจากที่แดงก่ำค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เห็นแล้วช่างน่าอเนจอนาถใจยิ่งนัก
“ดูท่าวันนี้น้องหญิงคงไร้วาสนาในการยิงธนูเสียแล้ว” เสียงกล่าวเนิบช้าของเมิ่งซีโจวพลันเปล่งดังขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องให้ข้าเป็นผู้ลงมือเองแล้ว”
เมิ่งหนานอี้ทั้งเจ็บตัว ทั้งแค้นใจ ทั้งยังอับอายยิ่งนัก ท่ามกลางสายตาผู้คน นางถูกสาวใช้ประคองร่างลงไปรักษาแบบแผลที่นิ้ว จึงหมดโอกาสจะแสร้งทำร้ายเมิ่งซีโจวให้กลายเป็นอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิง
เมิ่งซีโจวก้มลงหยิบคันธนูที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา พลิกชั่งน้ำหนักในมือตนเล็กน้อย ก่อนจะก้าวไปยืนบนเส้นยิงธนูด้วยท่วงท่าสง่าสำรวม ท่าทางของนางดูผ่อนคลายไม่ต่างจากการเดินเล่นภายในสวน นางดูมิได้ตั้งใจเล็งเป้าอย