ท้าก้าวเข้ามาพร้อมด้วยรอยยิ้มเจือแววหยอกเย้า
“ข้าหลงนึกว่าบางคนคงจะหดหัวกลับไปซ่อนตัวอยู่ในกองตำราดังเดิมเสียแล้ว คงจะทำตัวเป็นนกกระทาขี้ขลาด มิกล้ามาพบหน้าพวกเราเสียอีก”
เมิ่งซีโจวเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ที่แท้ยามที่เมิ่งหนานอี้สวมรอยเป็นนางนั้น อีกฝ่ายกลับแสดงท่าทีหงอเป็นนกกระทาขี้ขลาดเช่นนั้นหรือ?
นางเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังก้อง ใบหน้างดงามฉายแววองอาจ
“เจียงจี้ นี่เจ้าคงจะนอนเลอะเลือนอยู่แต่ในจวกระมัง? ใต้หล้านี้ยังมีเรื่องใดที่ข้าเมิ่งซีโจว มิกล้าทำด้วยเล่า?”
น้ำเสียงที่คุ้นหูนั้น ท่าทีอันองอาจหาญกล้าไร้ผู้ใดขวางได้เช่นนั้น!
เจียงจี้เยว่พลันเผยสีหน้ายินดีออกมาอย่างไม่ปิดบัง พลางยกมือขึ้นทาบอกแล้วกล่าวออกมาอย่างเกินจริงเสียหน่อย
“ขอบคุณฟ้าดิน! ก่อนหน้านี้เห็นเจ้าจากหมาป่ากลายเป็นกระต่ายน้อยเนื้อตัวสั่นเทา ข้ายังนึกเสียดายอยู่มาก บัดนี้เห็นเจ้าฟื้นคืนสติกลับเป็นคนเดิมเช่นนี้แล้ว ช่างนับเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับข้ายิ่งนัก!”
“เช่นนั้นข้าก็ขอยินดีกับเจ้าด้วย” เมิ่งซีโจวกวาดสายตามองกวาดไปรอบหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลันผุดขึ้นที่มุมปาก “ในเมื่อไม่มีหมาป่าอย่างข้านำพามานาน พวกเจ้าคงจะรู้สึกคันไม้คันมือจนทนแทบไม่ไหวแล้วกระมัง?”
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะครืน บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นครึกครื้