บทที่42 ช่างอุกอาจนัก! ข้าผู้นี้เป็นถึงว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทเชียว!
สีหน้าเมิ่งหนานอี้พลันซีดเผือด จะให้นางอยู่ทำงานหยาบกร้านในศาลบรรพชนอันเยียบเย็นวังเวงนี้จริงๆงั้นเหรอ? อีกทั้งยังต้องอยู่ร่วมกับเมิ่งซีโจวด้วยนี่นะ?
ขณะนางกำลังจะอ้าปากและคิดจะเอ่ยอันใดออกมา ทว่ากลับนึกขึ้นได้เสียก่อนว่า เมื่อครู่นี้เป็นตนนั่นเองที่ลั่นวาจารับปากไว้ ครั้นจะให้กลับคำเสียย่อมมิอาจทำได้
เมิ่งชินรุ่ยยกมือขึ้นกดคลึงหัวตาทั้งสองอย่างอิดโรย ครั้นแล้วจึงหมุนกายเดินจากไปเป็นคนแรก เขารีบสาวเท้าก้าวยาวออกจากศาลบรรพชน ที่เต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายและพังพินาศแห่งนั้นโดยเร็ว
บรรดาบ่าวไพร่ล้วนปิดปากเงียบกริบประหนึ่งจั๊กจั่นยามเหมันต์ฤดู ต่างพากันก้มหน้าก้มตาแล้วรีบสาวเท้าก้าวขึ้นหน้าทำตามคำสั่งผู้เป็นประมุขอย่างว่องไว
“ฮูหยิน ขออภัยที่ต้องล่วงเกินแล้ว”
ฮูหยินเมิ่งถูกบ่าวหญิงชราร่างกำยำสองคนปรี่เข้าประคองแขนไว้ ก่อนจะลากตัวออกจากศาลบรรพชนไป นางหันไปจ้องมองเมิ่งซีโจวเขม็ง สายตาประหนึ่งอาบพิษคู่นั้น ดูราวกับกำลังก่นด่าสาปแช่งบุตรีที่ตนรังเกียจอย่างไร้สุ้มเสียง
เมิ่งซีโจวจ้องมองฮูหยินเมิ่งที่ถูกพาตัวจากไป ก่อนจะกะพริบตาปริบๆหยอกล้อให้อีกฝ่ายอย่างซุกซน
ท่านแม่ ชัยชนะในหมากกระดานแรกนี้ ข้าต้องขอน้อมรับไว้ด้วยรอยย