บทที่39 เจอกันครานี้ยิ่งน่าประทับจับใจ
ฮูหยินเมิ่งหันขวับไปมองทันที จึงได้เผชิญเข้ากับใบหน้าเขียวคล้ำด้วยโทสะของประมุขจวนโหว เมิ่งชินรุ่ย ที่ยามนี้ดูประหนึ่งยมบาลที่หมายจะมาเอาชีวิต!
เบื้องหลังเขายังมีเมิ่งหนานอี้ ที่ยามนี้ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษติดตามมาด้วยอีกคน ทั้งยังมี…
ร่างอรชรร่างหนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์แพรสีอ่อนเรียบง่าย แม้การแต่งกายจะดูง่ายๆ ทว่ารัศมีที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างอรชรนั้นกลับหนักแน่นดุจดั่งขุนเขาหยั่งลึก สงบนิ่งราวหุบเหวสูงตระหง่าน!
องค์หญิงใหญ่! เหตุใดพระนางจึงมาปรากฏกายที่นี่ได้?!
ในสมองของฮูหยินเมิ่งพลันคล้ายมีเสียงอื้อดังขึ้นคราหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นว่างเปล่าเสียสิ้น!
และในห้วงขณะที่ฮูหยินเมิ่งกำลังตะลึงงันอยู่นั้น ประกายเย็นเยียบในดวงตาของเมิ่งซีโจวก็พลันสว่างวาบเป็นประกายดุจศิลาไฟ!
นางผวาโผพรวดคุกเข่าลงกับพื้นทันใด หากแต่มิใช่ต่อเบื้องหน้าเมิ่งชินรุ่ย กลับหันไปทางองค์หญิงใหญ่โดยตรง!
ดวงตาคู่นั้นพลันเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนกและคับแค้นใจยิ่ง นางเอ่ยเสียงแหลมสูงพลางร่ำไห้กล่าวหาผู้เป็นมารดาด้วยความโศกสลดว่า
“ท่านแม่! นี่ท่านคงเสียสติไปแล้วกระมัง?! เหตุใดจึงสั่งให้สาวใช้คนสนิทของท่านทุบทำลายป้ายวิญญาณบรรพชนเช่นนี้เล่า? นี่นับเป็นการลบหลู่ใหญ่หลวง จะต้องถู