าทหารต่ำช้าผู้นั้นกลับบังอาจขัดขวางนางไว้ ดวงตาสองข้างมืดบอดไปแล้วหรืออย่างไรกัน?!
และมิว่านางจะพร่ำพูดจาทั้งดีและร้ายสักเพียงใด สุดท้ายก็ยังไม่อาจก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปในตำหนักได้แม้เพียงก้าวเดียว!
บัดนี้ ความยินดีปรีดาอันใหญ่หลวงพลันพัดพาเมฆหมอกหม่นมัวทั้งปวงของนางให้สลายหายไปสิ้น
เมิ่งหนานอี้โผเข้าไปยืนหน้าคันฉ่องทองเหลือง ทำการตรวจตราปกเสื้อและอาภรณ์ของตนอย่างละเอียดถี่ถ้วน สำรวจดูให้แน่ใจว่าในยามนี้ตนนั้นเป็น ‘เมิ่งซีโจว’ ที่สมบูรณ์แบบแล้วหรือไม่ จากนั้นจึงค่อยข่มระงับหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความยินดีไว้ ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกไปต้อนรับผู้มาเยือน
องค์หญิงใหญ่เสด็จย่างเข้าสู่ลานเรือนหลานจื่อ พระพักตร์ยังคงซีดเซียว บ่งบอกว่าเพิ่งหายจากอาการประชวรได้ไม่นาน แม้ยามก้าวพระบาทออกไป ร่างก็ยังดูโอนเอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง
หากมิใช่เพราะสารลับฉบับนั้นจากองค์รัชทายาท ซึ่งบอกเล่าถึงสถานการณ์ของเมิ่งซีโจวพร้อมกำชับว่า ‘เกรงจะต้องหยิบยืมพระอำนาจบารมี’ แล้ว ป่านนี้นางก็ควรต้องประทับพักฟื้นอยู่ภายในตำหนักองค์หญิงเช่นกัน
ซ่งซวี่ป๋ายผู้เป็นโอรสของนาง ก็เคยได้ทูลว่ามิทราบด้วยเหตุอันใด เมิ่งซีโจวจึงได้ไปปรากฏตัวอยู่ ณ หมู่บ้านเสี่ยวเหออันห่างไกล… เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ดูแปลกประหลาดพิก