ลอยู่ก่อนแล้ว
ด้วยความเข้าใจที่พระนางมีต่อเด็กสาวผู้นั้น ซึ่งทั้งเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยว ทั้งเล่ห์กลวิธีก็ยังมีมิได้ขาด ครั้นเมื่อกลับคืนสู่จวนโหวแล้ว ไฉนยังมีเรื่องที่นางจะจัดการด้วยตนเองมิได้ จนถึงกับต้องให้องค์หญิงใหญ่เช่นนางออกหน้ามาถึงที่นี่เพื่อหนุนหลังอีกเล่า?
เมิ่งชินรุ่ยเดินนำทางมาด้วยท่าทีหวาดหวั่นนอบน้อม ใบหน้าซื่อๆแต่ประจบเอาใจระคนงุนงงของเขานั้น เมื่อตกอยู่ในสายพระเนตรขององค์หญิงใหญ่แล้ว ยิ่งทำให้ปมฉงนในใจของนางยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายส่วน
บรรยากาศภายในจวนแห่งนี้ก็แลดูสงบราบเรียบดี มิคล้ายจะมีคลื่นลมผันผวนแต่อย่างใด เช่นนั้นแล้ว ‘หลังพิง’ ที่ว่าจำต้องให้นางเดินทางมาช่วยค้ำจุนนั้น ยังต้องค้ำจุนอันใดกัน?
ขณะกำลังทรงเคลือบแคลงสงสัยอยู่ภายในใจนั้น เรือนร่างอรชรคุ้นตาร่างหนึ่งก็พลันคุกเข่าลงเบื้องหน้านางอย่างอ่อนช้อยนอบน้อม
“หม่อมฉันถวายบังคมองค์หญิงใหญ่ ขอองค์หญิงใหญ่ทรงพระเจริญเพคะ”
น้ำเสียงนั้นหวานละมุนนุ่มนวลเกินกว่าจะปิดบัง คล้ายเจือความออดอ้อนประจบประแจงอยู่บางเบา จนยากที่จะไม่มีผู้ใดจับสังเกตได้
สายพระเนตรเฉียบคมดุจเหยี่ยวขององค์หญิงใหญ่พลันทอดมองลงบนใบหน้างดงามนั้น ใบหน้าซึ่งดูเหมือนเมิ่งซีโจวราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ทว่าในขณะที่นางเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็