บทที่35 โบยจนกว่านางจะยืนไม่อยู่ อย่างไรก็ต้องให้นางคุกเข่าเอง!
“เมิ่งซีโจวสบตาผู้เป็นมารดาตรงๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆว่า
“โอ้? ท่านแม่จะให้ข้าคุกเข่าแก่ผู้ใดเล่า? หากเป็นการคุกเข่าต่อหน้าดวงวิญญาณบรรพชน ข้าย่อมหวาดเกรงสุดหัวใจ ยอมหมอบกราบคำนับโดยไม่กล้าชักช้า”
ครั้นกล่าวมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของนางก็พลันเปลี่ยนผันทันใด เป็นเยียบเย็นประหนึ่งสายลมแห่งเหมันต์ฤดูพัดกรู
“แต่หากจะให้ข้าคุกเข่าแก่ท่านแล้ว… หนี้แค้นทั้งมวลที่ท่านติดค้างข้าไว้ ข้ายังมิได้ไล่ต้อนให้ท่านคุกเข่าโขกศีรษะชดใช้ ก็นับว่าไว้หน้าฐานะ ‘ฮูหยินแห่งจงหย่งโหว’ ของท่านมากแล้ว”
“บังอาจ!”
ซิ่วหลานเดือดดาลจนร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม นางชี้นิ้วใส่หน้าเมิ่งซีโจวพลางก่นด่าด้วยเสียงแหลมดัง
“บุญคุณที่ให้กำเนิดสูงเสียดฟ้าเหนือสิ่งใด! เจ้าช่างเป็นลูกอกตัญญูยิ่งนัก กล้าขัดขืนต่อผู้เป็นมารดา แม้ต้องเอาชีวิตของเจ้าคืนให้แก่ฮูหยิน ก็ยังนับว่าเป็นหนี้ที่เจ้าพึงต้องชดใช้ให้แล้ว!”
ฮูหยินเมิ่งปักธูปลงในกระถางแล้ว จึงค่อยเหยียดมือออกไปแตะสัมผัสหลังมือของซิ่วหลานเป็นเชิงปลอบประโลม ทว่าสายตากลับยังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าของเมิ่งซีโจวไม่วาง คล้ายกำลังพินิจพิจารณาสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ตนนึกรังเกียจอย่างที่สุดอยู่
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบา