บทที่34 ไฉนเล่าไร้ซึ่งเงาหญิงสดใสไร้เดียงสาดั่งกาลอดีต?
ภายในใจของเมิ่งชินรุ่ยพลันบังเกิดความลังเลขึ้นอีกครา
แต่ไหนแต่ไรมา ฮูหยินของเขารักใคร่เอ็นดูเมิ่งหนานอี้ประหนึ่งแก้วตาดวงใจ ลำเอียงเข้าข้างนางเสียจนบางครั้งแม้แต่เขายังรู้สึกว่ามากเกินไปอยู่บ้าง มีเพียงช่วงที่เมิ่งหนานอี้ออกจากจวนไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับบุตรีคนโตจึงได้ผ่อนคลายและดีขึ้นมาบ้าง
เช่นนั้นแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลอันใดที่นางจะใส่ร้ายป้ายสี และโยนความผิดรุนแรงเช่นนี้ให้แก่บุตรีอันเป็นที่รักที่สุดของตน
เช่นนั้นแล้ว หากเรื่องนี้มิได้มีความเข้าใจผิดอยู่ตรงกลาง ย่อมต้องเป็นเมิ่งหนานอี้ที่กำลังกล่าววาจาโป้ปดมดเท็จอยู่
และหากนางกล่าวคำโกหกจริง เช่นนี้ จดหมายที่ไร้ต้นสายปลายเหตุฉบับหนึ่ง หากถูกนำส่งไปถึงจวนองค์รัชทายาทแล้ว เกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงไม่อาจถอนตัวกลับลำออกมาได้โดยง่าย
เดิมทีเมิ่งชินรุ่ยก็เป็นเพียงบุรุษไร้ความสามารถผู้หนึ่ง อาศัยเพียงร่มเงาบารมีของบรรพชนจึงได้สืบทอดบรรดาศักดิ์มา ในทางราชการนั้น เขาหาได้มีความสามารถอันใดนัก เรียกได้ว่าเป็นขุนนางประเภท ‘วันใดบวชเป็นพระ วันนั้นก็ตีระฆังไปหนึ่งวัน’ ใช้ชีวิตแบบเช้าชามเย็นชามไปวันๆเท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้ หลายปีที่ผ่านมาจวนจงหย่งโหวของเขาจึงได้ตกต่ำ