่นตระหนกวาบผ่านชั่วขณะ ทว่าพริบตาเดียวก็กลับคืนสู่รัศมีความสงบมั่นแห่งอิสตรีผู้ยิ่งใหญ่ของจวน สามารถกลับมากุมสติได้ดั่งเดิม นางยังแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอันใด พลางส่งสายตาอ่อนโยนไปทางเมิ่งหนานอี้สักเที่ยว เป็นการปลอบประโลมให้นางหยุดตื่นตระหนก
สายตาคู่นั้นประหนึ่งเป็นยาข่มใจที่มีฤทธิ์ประเสริฐ) เพียงชั่วพริบตา หินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่กลางอกของเมิ่งหนานอี้จนเกือบหายใจไม่ออก ก็พลันอันตรธานหายไปในทันที
ใช่แล้ว… นางจะต้องหวาดกลัวไปไย? เมืองแห่งนี้ปราศจากที่ยืนสำหรับหญิงต่ำช้าชาติชั่วตัวนั้นอีกต่อไปแล้ว! มารดาของนางย่อมมีสารพัดวิธีจะจัดการอยู่ในมือ ต่อให้เมิ่งซีโจวจะโชคดีดิ้นรนเอาชีวิตรอดกลับมาได้แล้วอย่างไร? อย่างมากก็เป็นแค่เพียงการกระโดดหนีจากหลุมเพลิงหนึ่ง ไปตกอีกหลุมเพลิงหนึ่งเท่านั้นเอง!
ครั้นผู้คนได้ยินเสียงของเมิ่งซีโจว ต่างก็พากันชะงักงันด้วยความตกตะลึง รีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างพร้อมเพรียงกัน ครั้นเห็นชัดแจ่มแจ้งกับสองตาแล้ว จึงรีบพากันลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน ใบหน้าล้วนเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวประหนึ่งกลืนแมลงวันเข้าไปในปากทั้งเป็น
ปฏิกิริยาของผู้คนทั้งหมดล้วนแต่อยู่ในสายตาของนางทั้งสิ้น ครั้นแล้วก็นึกหัวเราะเย้ยหยันอยู่ภายในใจ
นางมิได้คาดคิดเลยว่า องค์รัชทายาทจะ ‘ส่งพุทธะให้ถึงฝั่ง’ เช่นนี้