ะยิ้มออกมาอย่างผู้กุมชัยไว้ในกำมือ พลางร้องตะโกนสั่งเสียงดังกึกก้อง “เอ้อโก่ว! ต้าไข่! พวกเจ้าออกมา!”
สิ้นเสียงสั่งการของผู้ใหญ่บ้าน บรรยากาศในลานแห่งนั้นก็พลันเงียบสงัดลงทันใด สายตาทุกคู่ล้วนหันมาจับจ้องเป็นทิศทางเดียวกัน เหล่าสตรีในที่นั้นต่างพากันส่งสายตาแลกเปลี่ยนเป็นเชิงว่า “เป็นดั่งที่คาดไว้จริงๆ” “นางก็คือจิ้งจอกแพศยา” ส่วนเหล่าบุรุษนั้นต่างก็แววตาวูบไหว แต่ละคนล้วนมีความคิดผุดขึ้นภายในใจ
บุรุษทั้งสองคนที่ถูกเอ่ยนามนั้น — เอ้อโก่วกับต้าไข่ที่รูปลักษณ์แอบพิกลพิการ ค่อยๆบิดตัวไปมาด้วยความกระดากอาย ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากฝูงชน
ยามนี้ผู้ใหญ่บ้านยิ่งดูลำพองใจมากกว่าเดิม สีหน้าท่าทางประดุจไก่ผู้กุมชัยชนะในสังเวียนศึก เอ่ยสั่งการเสียงแข็งว่า
“ต่อหน้าชาวบ้านทั้งหลาย พวกเจ้าทั้งสองจงเล่าเหตุการณ์ออกมาให้ละเอียด! ว่าสะใภ้ตระกูลจางนางนี้ทำตัวไร้ยางอายถึงเพียงใด นางยั่วยวนพวกเจ้าเช่นใด!”
เอ้อโก่วแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “นางนัดข้าให้ไปลักลอบเสพสมกัน ณ ศาลร้างทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน…”
เมิ่งซีโจวฟังแล้วจึงเอ่ยขัดขึ้นทันควัน “ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นรึ แล้วกี่วันกันแน่เล่า?”
เอ้อโก่วรีบเล่าขยายความให้ดูร้ายแรงมากยิ่งขึ้น “อย่างน้อยก็ต้องมีสิบวันถึงครึ่ง