นางหันกายมุดเข้าไปด้านในรถม้า พลางหยิบยาออกมาห่อหนึ่งยื่นส่งให้แม่เ่าจาง ภายในนั้นห่อบรรจุชั้นดีนี้… คือยาพิสดารที่จะทำให้บาดแผลเน่าเปื่อยและลุกลามเป็นหนองรวดเร็วยิ่งขึ้น
แม่เ่าจางที่อ่านหนังสือไม่ออกแม้ตัวอักษรเดียว นางลูบคลำห่อยานั้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ข้ารู้อยู่แล้ว! เฉิงเอ๋อร์ของข้านั้นรักน้องชายเป็นที่สุด!”
นางประคองห่อยาไว้ดุจสิ่งของล้ำค่า ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องโดยเร็ว จะได้รีบนำยานี้ไปทารักษาบาดแผลให้กับจางจื้อที่ยังคงนอนติดเตียงเป็นผักไม่ได้สติอยู่
เมิ่งซีโจวยืนเอาสองมือไพล่หลัง ก่อนจะค่อยๆสาวเท้าก้าวเข้าบ้านไปอย่างเอื่อยเฉื่อย หลังจากผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่อาภรณ์สะอาดชุดใหม่แล้ว นางก็เดินไปยกเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่ามาตัวหนึ่ง แล้วนั่งลงกลางลานบ้านอย่างสบายอารมณ์ เฝ้ารอคอยผลงานที่ตนได้รังสรรค์เอาไว้ด้วยอาการสงบ
ต่อให้ตัดเจ้า ‘สิ่งนั้น’ ออกไปแล้ว… ก็ใช่ว่าจะต้องตายไม่อาจมีชีวิตรอดอยู่ต่อได้
แม้แต่ขันทีในวังหลวง ก็ล้วนแต่มีชีวิตเป็นปกติสุขดีมิใช่รึ?
แต่ตรงกันข้าม หากเมื่อใดได้ใช้ยาชนิดนี้เข้าไปแล้ว
โอกาสรอดชีวิตก็จะเหลือเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น… ส่วนอีกเก้าส่วนคือโอกาสที่ชะตาจะขาด!
และแล้ว—
เมิ่งซีโจวเพิ่งจะเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จและออกมานั่งรอ