กโชนหนักกว่าเดิม นางฝืนกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างแสนยากลำบาก ยามนี้สัมผัสได้ว่า อาการปวดร้าวศีรษะคล้ายยิ่งทวีความรุนแรงกว่าตอนแรกที่ล้มหน้ากระแทกพื้นเสียอีก
ความเคียดแค้นและเพลิงโทสะกลางอกของนาง บัดนี้ไม่อาจข่มกลั้นไว้ได้อีกต่อไปแล้ว!
“นังแพศยา! วันนี้ข้าจะต้องเอาชีวิตเจ้าให้ได้!”
นางคำรามขู่เสียงแหบแห้ง พลางยกเท้าขึ้น รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเตะเท้าเข้าใส่กลางอกของเมิ่งซีโจวเต็มกำลัง
แววตาของเมิ่งซีโจวพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ไร้ซึ่งร่องรอยตื่นตระหนกแต่อย่างใด
นางยกมือคว้าข้อเท้าที่อีกฝ่ายพยายามออกท่าเตะไว้ได้อย่างง่ายดาย พร้อมออกแรงบีบกระชับไว้แน่น อาศัยแรงส่งจากการพลิกตัวและกระชากในเวลาเดียวกัน จับร่างของหญิงชราเหวี่ยงทิ้งออกไปสุดแรง!
“ตุ้บ!”
ยามนี้แม่เ่าจางมีสภาพมิต่างจากอันใดจากถุงผ้าขาดวิ่น ถูกเหวี่ยงทุ่มกระเด็นออกไปไกล ก่อนจะไปล้มฟุบอยู่กับพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติงใดๆอีก
นางหมดสติไปเสียแล้ว
เมิ่งซีโจวก้มลงตรวจดูลมหายใจของหญิงชราว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ภายในใจพลันอดคิดกับตัวเองขึ้นมาไม่ได้ ถึงขั้นต้องร้องอุทานกับตัวเองเบาๆ
“ดูท่า… ตัวข้าน่าจะเป็นลิโป้ได้เหมือนกันกระมัง ฝีมือต่อสู้ไม่เบาเลย~”
ครั้นรำพึงรำพันจบ นางก็หันกายเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของจางจื้อ บนเตียง